
สมาร์ตโฟนสงครามรอบใหม่ 3 ค่ายมือถือ
ใครเลยจะคิดว่า โทรศัพท์ขนาดใหญ่ เทอะทะ แบบ สมาร์ตโฟน ที่วัยรุ่นเคย
“ยี้” เมื่อก่อน จะกลับกลายเป็นปัจจัย 4 ของเหล่าเจเนอเรชัน ดิจิตอล ในปัจจุบัน โดยมี ไอโฟน จากค่ายแอปเปิลเป็นตัวจุดประกายสำคัญ ก่อนที่จะฮิตถล่มทลายกับแบล็คเบอร์รี่ (บีบี) ที่เน้นจุดขายในเรื่องของการแชตระหว่างกันในหมู่เพื่อน และการเข้าถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ (โซเชียล เน็ตเวิร์กกิง) ชนิดนาทีต่อนาที ส่งผลให้การใช้สมาร์ตโฟนไม่ใช่เรื่องของการตามติดเทคโนโลยี แต่กลายเป็นเรื่องของแฟชั่นและคอมมูนิตีจากกระแสความนิยมทั้งบีบีและไอโฟน ส่งผลให้ตลาดสมาร์ตโฟนในประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 รายของประเทศ คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เดินทางถึง
“จุดเปลี่ยน” จากค่าบริการราคาถูกกลายมาเป็นผู้ขายสมาร์ตโฟนในหลากหลายรุ่น เพื่อให้ ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดภาพการแข่งขันนี้ชัดเจนขึ้นทันที เมื่อค่ายมือถืออันดับสองอย่าง ดีแทค หันมานำเข้าบีบีเมื่อปลายปีที่แล้ว และจะนำเข้าไอโฟนในช่วงเดือนหน้า หลังปล่อยให้เอไอเอสและทรูมูฟประสบความสำเร็จกับการจำหน่ายไอโฟนและบีบีไปก่อนหน้านี้
ปรัธนา ลีลพนัง ผู้อำนวยการสำนักการตลาดบริการเสริม เอไอเอส กล่าวว่า สาเหตุที่สมาร์ตโฟนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบีบีกลับมาได้รับความนิยมอย่างมากนั้นมีแรงผลักดันมาจากกลุ่มเพื่อน หรือคอมมูนิตีเป็นสำคัญ เช่น ในกลุ่มมีอยู่ 5 คน แล้วเพื่อนใช้บีบีไปแล้ว 3 คน อีก 2 คนที่เหลือก็จะโดนกดดันให้ซื้อตามเพื่อไว้แชต หรือติดต่อกัน ดังนั้นผู้ใช้สมาร์ตโฟนในปัจจุบันจึงไม่ใช่การใช้เพราะ
“ใจรัก” หรือชื่นชอบเทคโนโลยีและฟังก์ชันการทำงานสมาร์ตโฟนเหมือนก่อน แต่ต้องใช้เพราะเป็นแฟชั่นกระแสใช้สมาร์ทโฟน ตามแฟชั่น ยังทำให้การใช้มือถือเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน จากเมื่อก่อนใครใช้สมาร์ทโฟนจะถูกมองว่าเป็นผู้ใหญ่ ด้วยรูปลักษณ์ที่ใหญ่และยากต่อการพกพา ซึ่งสวนทางกับมือถือในยุคหนึ่งที่เน้นบางเบา และเครื่องเล็กกะทัดรัด แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะเห็นว่า ใครถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดมากแค่ไหน กลับยิ่ง
“ดูล้ำ” มากขึ้นเท่านั้นปรัธนา กล่าวว่า จากความต้องการสมาร์ตโฟนที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปีนี้จะเป็นปีที่เอไอเอสทำตลาดสมาร์ตโฟนอย่างจริงจัง ด้วยการเป็นผู้ขายเองไม่ว่าจะเป็นบีบีและรุ่นอื่นๆ จากเดิมที่การขายมือถือจะเป็นหน้าที่ของ ไวร์เลส ดีไวซ์ ซัพพลาย (WDS) ซึ่งการขายเองครั้งนี้เพื่อให้เอไอเอสสามารถให้บริการลูกค้าได้ง่ายขึ้นผ่านทีมที่ตั้งขึ้น เพื่อให้บริการและคำปรึกษาในเรื่องของสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ ซึ่งการที่ผู้ให้บริการมือถือเป็นผู้จำหน่ายเองนั้นจะได้เปรียบตลาดเกรย์ มาร์เก็ต ในเรื่องของการนำเสนอแพคเกจค่าบริการต่างๆ ซึ่งถือเป็นข้อแตกต่างสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้เลือกซื้อเครื่องที่ผู้ให้บริการขายเองมากกว่า
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตเนื้อหาและบริการข้อมูล (คอนเทนต์) 250 รายทั้งในประเทศและต่างประเทศเปิดให้บริการแอพพลิเคชันสำหรับผู้ใช้มือถือเอไอเอสรวม 1 หมื่นแอพพลิเคชัน ซึ่งในจำนวนนี้มีเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีประมาณ 6,000 รายการ
การเพิ่มขึ้นของประชากรสมาร์ตโฟน ไม่ได้แต่สร้างรายได้ให้เฉพาะด้านการขายให้กับค่ายมือถือเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้จากค่าบริการต่างๆ ที่ขายพ่วงเป็นแพ็กเกจกับตัวเครื่องของแต่ละค่าย จะช่วยกระตุ้นการใช้งานนันวอยซ์ทั้งตลาดให้เติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยทำให้ตลาดนันนวอยซ์ในปีนี้มีมูลค่ารวมประมาณ 3 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3540% จากปีที่แล้ว
ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ตลอดทั้งปีนี้จะเป็นปีที่ บีบีและสมาร์ทโฟนมีการเติบโตอย่างสูง ทั้งจากเรื่องราคาที่ถูกลงอยู่ในระดับกลางล่าง ทำให้สมาร์ทโฟนกระจายเข้าสู่ตลาดแมสมากขึ้น ซึ่งดีแทคตั้งเป้ามีส่วนแบ่งบีบีในปีนี้ 40% แต่มั่นใจว่าเฉพาะตลาดกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป(คอนซูเมอร์) ดีแทค จะมีส่วนแบ่งมากกว่ารายอื่นๆ ซึ่งตลาดสมาร์ตโฟนเป็นตลาดที่ดีแทคให้ความสำคัญในปีนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น เจมาร์ท โมโตโรล่า ซัมซุง รวมไปถึงการพัฒนาบริการและแอพพลิเคชันใหม่ๆ เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้มีการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งเป้ามีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องลูกข่ายประมาณ 1,000 ล้านบาท
ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ทรู คอร์ปอเรชั่น บอกว่า การที่ทรูหันมาทำตลาดสมาร์ตโฟนอย่างจริงจังทั้งไอโฟนและบีบีนั้น เพราะช่วยตอบกลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ด้านเทคโนโลยีภายในเครือของกลุ่มทรูได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวไฟ) แอพพลิเคชันต่างๆ ซึ่งจากยอดขายที่ผ่านมาตอกย้ำว่าทรูเดินมาถูกทางแล้ว
ทั้งนี้ หลังจากทรูมูฟนำไอโฟนเข้ามาขายในไทยเป็นระยะเวลา 1 ปี มียอดขายรวม 1 แสนเครื่อง เช่นเดียวกับบีบีที่มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นในทุกเดือน และในปีนี้เชื่อว่ามือถือสมาร์ทโฟนจะเติบโตได้อีกมาก จากการแข่งขันของทุกค่ายทำให้สมาร์ทโฟนมีราคาถูกลง และเข้าสู่ตลาดแมสมากขึ้น รวมทั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มีให้ดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น
ด้วยกระแสความนิยมสมาร์ตโฟนที่กำลังทะยานสู่จุดสูงสุด ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดนี้กำลังเป็นขุมทรัพย์ใหม่ที่ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ต่างช่วงชิงความเป็นหนึ่งระหว่างที่ยังไร้วี่แววเรื่องใบอนุญาตให้บริการ 3จี และกลายเป็นสงครามรอบใหม่ที่ไม่ได้วัดกันแค่ค่าโทร.ถูก แต่อยู่ที่ว่าค่ายไหนมีสมาร์ตโฟนหลากรุ่น หลายแบรนด์ให้เลือกมากกว่ากัน







