
‘เงินติดล้อ’ไล่บี้ไฟแนนซ์ภูธร
จับมือแบงก์กรุงศรีเพิ่มสาขา ชูดอกต่ำกว่า3ปีเป้าหมื่นล้าน
จับมือแบงก์กรุงศรีเพิ่มสาขา ชูดอกต่ำกว่า3ปีเป้าหมื่นล้าน
“ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ” ขยายสาขาเพิ่มช่องทางขายผ่านแบงก์กรุงศรี ไล่บี้ไฟแนนซ์ท้องถิ่น คิดดอกต่ำกว่า 0.5%
นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส หรือ “ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ” เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มสาขาอีก 40 แห่ง เป็น 240 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้มากที่สุด และการเพิ่มยอดขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถผ่านบริษัทแม่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่มีสาขา 600 แห่ง ให้ได้มากกว่าปัจจุบันที่ได้เพียง 10% ของยอดสินเชื่อรวม
“ช่วง 1 ปีที่เราเพิ่งเริ่มช่องทางแบงก์ พบว่า มีศักยภาพและโอกาสเติบโตได้อีกสูง เนื่องจากฐานลูกค้าแบงก์กรุงศรีมีถึง 4-5 ล้านคน ยังมีช่องทางขยายตลาดได้อีกมาก และบริษัทแม่เองก็ให้นโยบายชัดเจนว่า ต้องการให้เราขยายไปกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แบงก์ยังเข้าไปไม่ถึงให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าที่มีอยู่ประมาณ 18-20 ล้านคน และคาดว่ามีสัดส่วนถึง 70% ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนหรือไม่เคยขอสินเชื่อได้” นายธัญญพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทจะเพิ่มความง่ายและลดเวลาในการอนุมัติสินเชื่อให้เร็วขึ้น เพื่อให้แข่งขันกับผู้ประกอบการหรือไฟแนนซ์ท้องถิ่นได้มากขึ้น เนื่องจากบริษัทมีฐานลูกค้าในต่างจังหวัดถึง 70% และ กทม. 30% ขณะที่เรื่องของดอกเบี้ยสินเชื่อจำนำทะเบียนของบริษัทก็ได้เปรียบ เมื่อต่ำกว่าประมาณ 0.50% การแข่งขันจึงอยู่ที่เรื่องบริการเป็นหลัก ซึ่งหากเป็นรถเก๋งดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี รถบรรทุก 9% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ 1.25% ต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทจะมุ่งเน้นขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มรถบรรทุก รถบัส รถแทรกเตอร์ และรถจักรยานยนต์ให้มากขึ้น เพราะเห็นว่ายังมีศักยภาพที่สูง โดยภายใน 1-2 ปีนี้ บริษัทจะมีสัดส่วนรถเก๋งและรถกระบะ 50% รถจักรยานยนต์ 15% และรถบรรทุก 35% จากปัจจุบันรถเก๋งและรถกระบะอยู่ที่ 60% รถบรรทุก 20% และรถจักรยานยนต์ 20%
นายธัญญพงศ์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ได้ 5,600 ล้านบาท เติบโต 40% และมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 4,246 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 5,666 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทยังมีเป้าหมาย 3 ปี หรือภายในปี 2557 ที่ต้องมียอดสินเชื่อคงค้างให้ได้ 1 หมื่นล้านบาท และมีฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 3 แสนราย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1.5 แสนราย







