
MFCรุกธุรกิจไพรเวทอิควิตี้
เล็งร่วมลงทุนบจ.ที่มีปัญหาหวังผลตอบแทน15%ต่อปี
เล็งร่วมลงทุนบจ.ที่มีปัญหาหวังผลตอบแทน15%ต่อปี
MFC ขยายการลงทุนธุรกิจไพรเวท อิควิตี้ เล็งถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีปัญหาการเงิน ส่วนกองทุนพลังงานจ่อลงทุนเพิ่มบริษัทไฟฟ้าขนาดเล็ก
นายวิชชุ จันทาทับ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Private Equity บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า บริษัทสนใจขยายการลงทุนในส่วนของกองทุนนิติบุคคลเอกชน (ไพรเวท อิควิตี้) เข้าไปลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ที่อาจมีปัญหาด้านการเงินหรือด้านการบริหารจัดการ ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจทางหนึ่ง
ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ที่บริหารในส่วนของ ไพรเวท อิควิตี้ ประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยเน้นนำเงินไปทำธุรกิจต่างๆ ยกเว้นธุรกิจในภาคบริการและอสังหาริมทรัพย์ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น เพื่อเข้ามาร่วมลงทุนในบริษัทไทยที่ทำธุรกิจเป็นอุตสาหกรรมหนักที่มีศักยภาพ แต่มีปัญหาที่ต้องแก้ไข จึงจะเข้าร่วมทุนในลักษณะพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งคาดว่าการเจรจาจะเสร็จในเร็วๆ นี้ มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1,100 ล้านบาท
นายวิชชุ กล่าวว่า สำหรับกองทุนพลังงานยังสามารถใส่เงินลงทุนเพิ่มได้อีกประมาณ 900–1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทสนใจที่จะลงทุนเพิ่มในบริษัทไฟฟ้าขนาดเล็กที่ผลิตไฟฟ้า โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ เพราะบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่จะไม่ค่อยสนใจเงินลงทุนจากไพรเวท อิควิตี้ โดยมองว่าแนวโน้มของพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์กำลังเติบโตในไทย จึงเป็นธุรกิจที่มีอนาคตและน่าสนใจที่จะเข้ามาลงทุน
“การลงทุนไพรเวท อิควิตี้ จะคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3–5 ปี แม้โอกาสในความสำเร็จของการเข้าไปลงทุนอาจจะไม่มาก เช่น ใน 10 โครงการ อาจจะสำเร็จแค่ 2–3 โครงการ แต่จะสร้างผลตอบแทนที่ครอบคลุมทุกโครงการที่ไม่สำเร็จได้ผลตอบแทนที่คาดหวังจึงค่อนข้างสูง” นายวิชชุ กล่าว
สำหรับสัดส่วนในการเข้าลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 30–35% ของทุนจดทะเบียนสำหรับบริษัททั่วไป หากเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับพลังงานจะถือหุ้นประมาณ 25% ของทุนจดทะเบียน
นายวิชชุ กล่าวว่า การเข้าไปลงทุนในบริษัทเป้าหมายจะมีทั้งบริษัทที่มีศักยภาพแต่ขาดเงินลงทุน ในลักษณะนี้อาจจะใส่เงินเข้าไปเพียงอย่างเดียว หากเป็นบริษัทที่มีปัญหาแต่มีศักยภาพในการทำธุรกิจอยู่ก็ต้องดูว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องใด เพราะส่วนใหญ่การเข้าไปลงทุนไพรเวท อิควิตี้ จะเข้าไปช่วยดูแลบริหารจัดการ เพื่อฟื้นฟูบริษัทให้สามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้งด้วยเช่นกัน ในลักษณะนี้ก็อาจจะเข้าไปในเชิงของพันธมิตรทางธุรกิจที่จะมีส่วนร่วมในการบริหารด้วย







