posttoday
คิดใหม่ไม่ให้พลาด

คิดใหม่ไม่ให้พลาด

10 มีนาคม 2555

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมไปเดินสำรวจห้างสรรพสินค้ามานิดหน่อยครับ ในแผนกที่ขายซีดีเพลง ก็ได้พบความแปลกใหม่

โดย...อานนท์&<2288;

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ผมไปเดินสำรวจห้างสรรพสินค้ามานิดหน่อยครับ ในแผนกที่ขายซีดีเพลง ก็ได้พบความแปลกใหม่ ซึ่งจากการสอบถามพนักงานขาย ก็ทราบว่ามีมานานแล้ว นั่นคือขายเพลงกันในรูปแบบของแฟลชไดรฟ์ คือเดี๋ยวนี้ไม่ได้มาเป็นแผ่นซีดีแล้วครับ แต่ขายเพลงในรูปแบบเอ็มพี 3 ที่มีจำนวนเพลงค่อนข้างมาก แล้วโหลดใส่ไดรฟ์มาให้เสร็จสรรพ

อันที่จริงผมคิดว่ามันก็ดีเหมือนกันนะครับ ง่ายดี ซื้อมาแล้วก็เอามาเสียบใส่อุปกรณ์ต่างๆ ฟังได้รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในรถหรือฟังจากคอมพิวเตอร์ แถมยังสามารถดาวน์โหลดเพลงอื่นๆ เพิ่มเข้าไปได้อีก แม้จะไม่ใช่ของแปลกใหม่สำหรับยุคนี้ แต่พอเห็นรูปแบบการจำหน่ายในร้านขายซีดีเพลง ก็นึกอยากเรียกว่า นวัตกรรม เหมือนกัน

แต่ที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ไม่ใช่เพราะความเป็นนวัตกรรม หรือความช่างคิดของคนทำหรอกครับ แต่เป็นเพราะปัญหาที่ได้เจอต่างหาก

อันว่าผู้ผลิตเพลงใส่แฟลชไดรฟ์ขายนั้นมีหลายรายครับ กรณีที่เป็นเพลงวัยรุ่น ผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะคนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้เข้าใจดีว่า การฟังเพลงสามารถมาได้จากหลายสื่อ แล้ววัยรุ่นเดี๋ยวนี้ก็ฟังเพลงจากแฟลชไดรฟ์ ทัมป์ไดรฟ์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ กันได้อย่างเชี่ยวชาญ

แต่ในบรรดาเพลงที่ขายในแฟลชไดรฟ์ หรือหน่วยเก็บข้อมูลขนาดเล็กที่สามารถพกติดตัวไปไหนต่อไหนได้สะดวกสบายนั้น มีบริษัทที่เป็นบริษัทขายเพลงเก่ารุ่นที่เคยโด่งดังเมื่อราวๆ 4050 ปีก่อนโน้นรวมอยู่ด้วย เรียกว่าเป็นเพลงที่นานมากโขแล้วทีเดียว แม้จะเรียกได้ว่าเป็นเพลงที่กลายเป็นเพลงคลาสสิก ใครๆ ก็ฟังได้ แต่ก็คงต้องยอมรับกันว่า กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเป็นผู้สูงอายุ ทำเอาผมเกิดความสงสัยว่า กลุ่มเป้าหมายนี้รู้จักแฟลชไดรฟ์หรือเปล่า

แล้วก็เป็นอย่างที่คาด ผมแอบสำรวจตลาดเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการหยิบแฟลชไดรฟ์บันทึกเพลงเก่าไปถามกลุ่มลูกค้าที่น่าจะเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบเพลงรุ่นนี้ ก็เห็นหลายคนทำหน้าประหลาดใจ ถามว่า “ไอ้นี่” หมายถึงหน่วยเก็บข้อมูลอันกระจิริดนี่แหละ มันฟังเพลงได้ยังไง

เห็นปัญหากันหรือยังครับ

ผมพยายามอธิบายน้าๆ ป้าๆ ว่า “ไอ้นี่” น่ะ มีข้อดีตรงที่เก็บเพลงได้ตั้งหลายร้อยเพลง เรียกว่า ถ้าเปิดได้ รับรองฟังกันเพลิน ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆ แถมไม่ชอบเพลงไหนก็ลบออก หรือถ้ามีเพลงที่ชอบแต่ยังไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนี้ ก็สามารถเอาเพลงมาใส่เพิ่มได้เองอีกด้วย สารพัดประโยชน์จริงๆ

แต่เครื่องหมายคำถามยังอยู่บนใบหน้าของผู้สูงอายุครับ กับคำถามที่เหมือนเดิม คือ “ไอ้นี่” มันฟังเพลงได้จริงเหรอ

ผมเชื่อว่า หากอธิบายกันดีๆ ก็คงจะมีคนเข้าใจ และรู้ว่า “ไอ้นี่” เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ใช้ฟังเพลงได้ คุณภาพเสียงอาจจะได้ดีเท่าแผ่นเสียงในยุคกระโน้น แต่ก็ใช้ได้ดีทีเดียว แถมความสารพัดประโยชน์ของมัน น่าจะทำให้สามารถเพลิดเพลินกับการฟังเพลงได้อย่างสะดวก แต่ก็ยังมีคำถามตามมาอีกมาก เช่น เครื่องเล่นซีดี (หรือบางคนยังมีเครื่องเล่นเทปคาสเซต) รุ่นไหนล่ะ ที่จะสามารถเอา “ไอ้นี่” เสียบเข้าไปได้

อันที่จริง เครื่องเล่นเพลงรุ่นใหม่ๆ มักจะมีช่องสำหรับเสียบแฟลชไดรฟ์ เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นแพงหน่อย ที่จะมีช่องแบบนี้ไว้ฟังเพลงเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทุกรุ่นครับ คุณป้า คุณน้าหลายท่าน แม้จะมีฐานะดี แต่ก็ยังไม่ค่อยนิยมซื้อเครื่องเล่นเพลงที่มีช่องเสียบแฟลชไดรฟ์ เพราะไม่รู้จะเอามาทำอะไร ไม่รู้จะใช้ยังไง

นี่และครับ นวัตกรรม กลายเป็น “ไอ้นี่” ที่ดูจะไร้ประโยชน์

ผมไม่ได้มีข้อข้องใจใดๆ เลยว่า การขายเพลงที่ดาวน์โหลดให้มาในแฟลชไดรฟ์ หรือหน่วยเก็บข้อมูลขนาดเล็กจะขายได้หรือเปล่า ผมค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งนี้ขายได้ แต่คงต้องมองกลุ่มเป้าหมายให้ดีกว่านี้สักหน่อย อย่างที่บอกครับว่า ถ้าเป็นวัยรุ่นหรือวัยที่ตามทันเทคโนโลยี การขายของแบบนี้น่าจะไปได้ดี เพราะมีประโยชน์ที่เห็นได้ชัด แถมราคาก็ย่อมเยา เมื่อเทียบกันเพลงต่อเพลง เรียกว่าได้มากกว่าในราคาคุ้มค่า

แต่หากเป็นเพลงเก่าแก่ ที่กลุ่มเป้าหมายไม่ใช่คนที่เดินตามเทคโนโลยีมากนัก การคิดใหม่ทำใหม่นี้ก็อาจจะกลายเป็นความผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าเพลงแนวนี้ที่มากับแฟลชไดรฟ์จะขายไม่ออกไปเสียทั้งหมด ผมเชื่อว่าสิ่งนี้ขายได้ และอาจจะขายดีในกลุ่มที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น ร้านอาหารที่อยากเปิดเพลงเก่าๆ ไปนานๆ หลายชั่วโมงโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆ แต่แบบนี้ก็ถือว่ามีตลาดที่ค่อนข้างจำกัด หากผู้ผลิตพอใจกับตลาดที่จำกัดแบบนี้ ก็แล้วไปครับ บางธุรกิจก็ไม่ได้ต้องการปริมาณการขายที่มาก หากทำแล้วคุ้ม ได้กำไรเล็กน้อยก็พอใจ

แต่สำหรับคนที่อยากได้กำไรมากกว่ากับต้นทุนที่ใกล้เคียงกัน ทางออกที่ดีน่าจะเป็นการผลิตสินค้าออกมาในหลายรูปแบบ เช่น สินค้าเพลงเดียวกัน มีทั้งในแบบแฟลชไดรฟ์เพื่อความสะดวกของผู้ใช้ที่ใช้เป็น และเป็นซีดีเอ็มพี 3 สำหรับผู้ใช้ที่ยังอาจจะต้องเปิดจากแผ่นเท่านั้น แบบนี้ก็จะทำให้สามารถขายได้หลากหลาย โดยมีข้อจำกัดน้อยลง

ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงกรณีตัวอย่าง ในขณะที่ยังมีกิจการ สินค้า และบริการอื่นๆ อีกมากที่อาจจะเข้าข่ายในลักษณะเดียวกัน คือ มีเทคโนโลยี หรือเทคนิคใหม่ๆ ที่ล้ำหน้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งผู้ประกอบการคงจะต้องหันกลับมาพิจารณาตัวเองว่า อยู่ในข่ายที่คล้ายกับกรณีศึกษานี้หรือไม่ และจะเดินหน้าต่อไปอย่างไรในธุรกิจครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ