
แนะอุ้มตึกเก่าติดสปริงเคลอร์เพิ่มทางหนีไฟ
นายกสมาคมสถาปนิกฯ ชี้อาคารสร้างก่อนปี 2535 ขาดระบบสปริงเคลอร์เพียบ แนะสนับสนุนเหมือนอาคารประหยัดพลังงาน-หลอดไฟเบอร์ 5
นายกสมาคมสถาปนิกฯ ชี้อาคารสร้างก่อนปี 2535 ขาดระบบสปริงเคลอร์เพียบ แนะสนับสนุนเหมือนอาคารประหยัดพลังงาน-หลอดไฟเบอร์ 5
นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ต้องการให้อาคารสูงใน กทม. ที่สร้างก่อน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 มีผลบังคับใช้ ต้องติดตั้งระบบสปริงเคลอร์ หรือน้ำเพื่อใช้ดับเพลิงภายในอาคารหากเกิดเพลิงไหม้นั้น จะทำให้ต้นทุนในการวางระบบป้องกันเพลิงไหม้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ดังนั้น จึงควรมีการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งหน่วยงานช่วยเหลือเจ้าของอาคาร เหมือนการสนับสนุนให้เกิดการก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน หรือเหมือนกับการสนับสนุนให้เกิดการใช้หลอดประหยัดพลังงานเบอร์ 5
แนวทางการแก้ปัญหาสำหรับอาคารที่ก่อสร้างก่อน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 บังคับใช้ หากอาคารใดไม่สามารถวางระบบสปริงเคลอร์ได้ จะต้องมาให้ความสำคัญกับเรื่องทางหนีไฟ รวมไปถึงการใช้วัสดุก่อสร้างหรือฉนวนเพื่อป้องกันหากเกิดไฟลาม เพราะอย่างน้อยผนังอาคารจะต้องทนไฟได้ 1 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังต้องใช้ประตูเหล็กมีไส้กลางฉนวนกันไฟ ต้องมีการตรวจสอบสายดับเพลิง รวมไปถึงต้องมีการทำลิฟต์สำหรับพนักงานดับเพลิงเพื่อให้ไปถึงจุดที่เกิดเพลิงไหม้ได้ไว
“ปัญหาที่พบของการก่อสร้างระบบสปริงเคลอร์สำหรับอาคารเก่าที่ก่อสร้างไปแล้วจะมาติดตั้งใหม่ใช้ต้นทุนดำเนินการสูงมาก เป็นหลักไม่ต่ำกว่าล้านบาท และยังต้องมีปัญหาเรื่องถังเก็บน้ำขนาด 200 คิวบิกเมตร ต้องใช้พื้นที่ก่อสร้าง 100 ตร.ม. เพื่อให้เพียงพอกับการดับไฟได้ 45 นาที จะสร้างตรงไหน เพราะตัวอาคารไม่มีพื้นที่ให้ก่อสร้างแล้ว” นายทวีจิตร กล่าว







