
‘แสนสิริ’เพิ่มเป้าไตรมาสแรก
ยอดขายกระฉูด1.27หมื่นล. อานิสงส์2เดือนแรกทุบสถิติ
ยอดขายกระฉูด1.27หมื่นล. อานิสงส์2เดือนแรกทุบสถิติ
“แสนสิริ” เพิ่มเป้ายอดขายไตรมาสแรกแตะ 1.27 หมื่นล้านบาท หลัง 2 เดือนแรกขายกระฉูด ส่วนทั้งปีคาดทะลุ 3.2 หมื่นล้านบาท
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ (SIRI) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้ายอดขายที่อยู่อาศัย (พรีเซล) ในช่วงไตรมาสแรกปี 2555 ขึ้นเป็น 1.27 หมื่นล้านบาท จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 11.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการของบริษัทได้รับความสนใจ และมีกระแสการตอบรับจากลูกค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นจากงานแสนสิริไลฟ์คัมส์โฮมที่เพิ่งผ่านไป ทำให้บริษัทมั่นใจว่าเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีที่ 3.2 หมื่นล้านบาท มีโอกาสเป็นไปได้สูง และอาจต้องปรับเพิ่มเป้าทั้งปีอีกครั้ง
“ตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมา บริษัทเดินหน้าทำธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยได้ขยายธุรกิจไปยังทำเลต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น จ.ภูเก็ต หัวหิน และเขาใหญ่ ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีมาก ทำให้ผลการดำเนินงานในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะยอดขายในเดือน ก.พ. ที่สามารถทำได้ถึง 6,770 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของการทำยอดขายภายในเดือนเดียว ทำให้บริษัทต้องปรับเพิ่มเป้ายอดขายเป็นครั้งที่ 2 ภายในระยะเวลาไตรมาสเดียว” นายเศรษฐา กล่าว
ด้านที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวดปี 2554 ให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 16 มี.ค.นี้ และตลาดหลักทรัพย์จะขึ้นเครื่องหมายผู้ซื้อไม่มีสิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 14 มี.ค.นี้ โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 พ.ค. 2555
“ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2554 บริษัทสามารถสร้างผลประกอบการได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ค่อนข้างมาก ทั้งในส่วนของรายได้และกำไร มีตัวเลขเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท โดยรายได้เติบโตจาก 5,638 ล้านบาท เป็น 7,792 ล้านบาท ซึ่งเกินเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 1,680 ล้านบาท หรือ 8.84% ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลได้สูงถึงหุ้นละ 0.14 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลกว่า 7%” นายเศรษฐา กล่าว
นายเศรษฐา กล่าวว่า ในเดือน มี.ค.นี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (SIRI–W1) จำนวน 2,947,168,104 หน่วย จะสามารถใช้สิทธิได้เป็นครั้งแรก โดยมีอัตราใช้สิทธิ 1 วอร์แรนต์ต่อ 1.167 หุ้นสามัญ ในราคาใช้สิทธิ 1.114 บาท โดยสามารถใช้สิทธิได้ทุกวันทำการสุดท้ายของทุกไตรมาส ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2555 และกำหนดวันใช้สิทธิครั้งสุดท้ายวันที่ 20 ม.ค. 2558 ซึ่งจากผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนในอนาคต ทำให้คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิแปลงสภาพต่อเนื่อง







