posttoday
เบรกโละข้าวผ่านเอเฟท

เบรกโละข้าวผ่านเอเฟท

04 มีนาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ชะลอระบายข้าวสารสต๊อกรัฐทั้งเอเฟท ระบบประมูล หวั่นฉุดราคาข้าวในตลาดร่วงหนัก

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งชะลอระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล 3 แสนตัน ผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) รวมถึงจะไม่ระบายข้าวผ่านวิธีการประมูลให้กับภาคเอกชนโดยไม่มีกำหนด เพราะไม่ต้องการให้ราคาข้าวในตลาดตกต่ำ เนื่องจากขณะนี้ผลผลิตข้าวนาปรังปี 2553 กำลังทยอยออกสู่ตลาด โดยเฉพาะในเดือนเม.ย.พ.ค.ที่ปริมาณผลผลิตข้าวจะออกมามาก

“ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดระบายอีกทีเมื่อไหร่ เพราะหลักของการระบายข้าว คือต้องไม่กระทบกับราคาตลาด ดังนั้นการเปิดระบายจะต้องดูสภาพตลาดเป็นหลัก หากกระทบกับราคาภายในก็จะไม่เปิดระบาย แม้ว่ารัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายจากค่าเก็บรักษาสต๊อกข้าวตันละ 55 บาท/เดือนก็ตาม หรือ 275 ล้านบาท/เดือน” นายยรรยง กล่าว

นนอกจากนี้ ได้เร่งเปิดจุดรับซื้อข้าวจากเกษตรกรให้ครอบคลุมในพื้นที่มีปัญหา ซึ่งเปิดไปได้แล้ว 20 จุด ใน 9 จังหวัด เช่น สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท พิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร คาดว่าสัปดาห์นี้ จะเปิดเพิ่มเป็น 30 จุด และจะรับซื้อจนกว่าราคาตลาดจะสูงใกล้เคียงราคาอ้างอิง โดยราคาอ้างอิงข้าว 5% ตันละ 9,074 บาท ราคาตลาด 8,7009,500 บาท

กพพร้อมกันนี้ได้ขอให้กรมการค้าต่างประเทศสำรวจตลาดข้าวส่งออกไว้ล่วงหน้าในรูปแบบของการขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพื่อเตรียมความพร้อมไว้เป็นช่องทางระบายออกตลาดต่างประเทศ ไม่ให้กระทบกับราคาภายในอีกทางหนึ่ง

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลชะลอระบายข้าว เชื่อว่าไม่กระทบตลาดส่งออก เพราะตลาดไม่ได้คึกคักมากนักเพราะหาซื้อข้าวในตลาดได้อยู่แล้ว ผิดจากสถานการณ์เมื่อ 2 เดือนก่อนที่ปริมาณข้าวตึงตัว เพราะผลผลิตข้าวนาปรังยังไม่ออกมา รวมถึงตลาดส่งออกข้าวยังไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากรอดูสถานการณ์อีก 12 เดือนของประเทศผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ โดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นผู้ส่งออกข้าวขาวรายใหญ่ ได้ออกข่าวว่าผลผลิตข้าวรอบใหม่ที่จะเริ่มออกในเดือนมี.ค.มีปริมาณสูงถึง 10 ล้านตัน จากปีก่อนมีผลผลิต 8 ล้านตัน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 มี.ค. กรมการค้าภายในได้เรียกโรงสีหารือ เพื่อชี้แจงความเข้าใจต่อการจัดเก็บข้าวเปลือกนาปรังที่รัฐบาลเปิดจุดรับซื้อ และซักซ้อมความเข้าใจในทางปฎิบัติต่อการเปิดจุดรับซื้อและจัดเรียงข้าวเปลือก เพราะรัฐจะจัดเก็บเป็นข้าวเปลือกและจะทยอยระบายข้าวในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีมติให้ระบายได้ เพราะเห็นว่าไม่น่าจะกระทบต่อราคาข้าวมากนัก เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการส่งมอบและกำหนดราคาซื้อจริงอีก 3 เดือน โดยขณะนี้รัฐมีข้าวจากเปิดจุดรับซื้อรอบ 1 และ 2 รวมแล้ว 1,168 ตัน

++อย่างไรก็ตาม ทางโรงสีได้ขอให้ที่ประชุมเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณชดเชยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่โรงสีเข้าไปรับซื้อข้าวตามมติกขช. ในอัตราดอกเบี้ย 2% ให้กับโรงสีที่เข้าโครงการตั้งแต่เดือนพ.ย. รวมเป็นวงเงิน 1,200 ล้านบาท ไม่เช่นนั้นอาจเป็นปัญหาสภาพคล่องจากการรับซื้อข้าวรอบ 2 นี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ