
ธปท.เล็งวางเกณฑ์เพิ่มสำรอง‘ตั๋วบี/อี’
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ธปท.เพิ่มเกณฑ์คุมตั๋วบี/อี จะให้ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเงินฝากและตั๋วบี/อี ในเร็วๆ นี้
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกเกณฑ์คุ้มครองตั๋วบี/อี ไปแล้ว ธปท.ก็จะมีการออกหลักเกณฑ์ดูแลเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ในเร็วๆ นี้ ธปท.จะออกเกณฑ์ขอให้ธนาคารพาณิชย์นับรวมตั๋วบี/อี เหมือนเงินฝาก ที่ต้องมีการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องรายเดือน 6% เพื่อเป็นหลักประกันของผู้ลงทุนว่าจะมีเงินแน่นอน เมื่อมีการขอไถ่ถอนตั๋วบี/อี ก่อนกำหนด ธนาคารจะมีสภาพคล่องเพียงพอให้ไถ่ถอนได้
“คาดว่าการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องที่จะทำนี้ไม่กระทบต้นทุนของแบงก์มากนัก เนื่องจากสภาพคล่องในระบบมีอยู่ค่อนข้างมาก แบงก์พาณิชย์เองก็ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องในแต่ละเดือนเกินกว่าที่ ธปท.กำหนดถึง 5 เท่าอยู่แล้ว แต่เดิมเราจะให้ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเหมือนเงินฝาก เพราะเราห่วงว่าแบงก์พาณิชย์จะใช้ช่องทางนำตั๋วบี/อี ที่ให้ดอกเบี้ยสูงๆ ไประดมเงินฝากแข่งกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ จนอาจกระทบสภาพคล่องหรือการไถ่ถอนแต่เมื่อมีเรื่องพ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ แทรกเข้ามาและให้เก็บเงิน 0.47% จากตั๋วบี/อีและเงินฝาก ของแบงก์พาณิย์และธนาคารรัฐเท่ากัน ทำให้ไม่ค่อยเป็นห่วงมากนัก จึงยังไม่ได้เร่งรีบออกเกณฑ์ดำรงสภาพคล่องมากนัก” นายเกริก กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ในช่วงไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา การออกตั๋วบีอีของธนาคารพาณิชย์เริ่มชะลอลง โดยยอดการออกตั๋วบี/อีในเดือนธ.ค.2554 มีจำนวน 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.45 หมื่นล้านบาท หรือ 2.82% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย.ปีเดียวกัน และหากเทียบกับยอดตั๋วบี/อีในเดือนพ.ย. กับเดือนธ.ค.ก็ยิ่งพบว่าการออกตั๋วบี/อีปรับลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยลดลง 3,132 ล้านบาท หรือ 0.2% ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ที่นิยมออกตั๋วบี/อีมาก โดยเฉพาะเทียบเทียบช่วงสิ้นปี2553กับปี 2554 จะพบว่าการออกตั๋วบี/อีเพิ่มขึ้นถึง 60.35% จากยอด 9.81 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 5.92 แสนล้านบาท







