
บิ๊กซีย่อไซส์ใหม่ลุยภูธร
ส่งรูปแบบที่5ขยายจังหวัดเล็ก ไม่หวั่นม็อบลงทุนปีนี้2,000ล.
โพสต์ทูเดย์
— บิ๊กซีผุดไซส์ใหม่สู้ศึกค้าปลีกภูธร ไม่หวั่นม็อบ ประกาศลงทุนเพิ่ม 2,000 ล้านบาท ปีนี้เปิด 45 สาขาน.ส.จริยา จิราธิวัฒน์ รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้จะมีสาขารูปแบบใหม่ขนาด 2,000 ตร.ม. เปิดให้บริการเป็นครั้งแรก ใช้งบลงทุน 150200 ล้านบาท ซึ่งไซส์ที่เล็กลงจะเหมาะสำหรับพื้นที่ในจังหวัดเล็ก แต่ยังคงเน้นความเป็นค้าปลีกแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต
ปัจจุบันบิ๊กซีมีรูปแบบสาขารวม 4 รูปแบบ คือ รูปแบบสแตนดาร์ด ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 8,000 ตร.ม.ขึ้นไป ใช้งบลงทุน 800 ล้านบาท รูปแบบคอมแพ็ก ขนาด 6,000 ตร.ม. งบลงทุน 550600 ล้านบาท มินิคอมแพ็กมีขนาด 4,500 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 350 ล้านบาท และมินิบิ๊กซีขนาดหลักร้อย ตร.ม.
สำหรับแผนงานในปีนี้บริษัทได้เตรียมงบลงทุน 2,000 ล้านบาท สำหรับขยายสาขาใหม่ 45 สาขา ในรูปแบบต่างๆ เริ่มจากสาขามหาชัย จ.สมุทรสาคร รูปแบบสแตนดาร์ดขนาด 1.2 หมื่น ตร.ม. ส่วนสาขาที่ เหลือจะเปิดให้บริการในจังหวัดรองของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในจำนวนนี้จะมีสาขาขนาด 2,000 ตร.ม.ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนปรับปรุงสาขาเก่า 34 สาขา เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยสิ้นปีคาดว่าจะมียอดขายเติบโต 45% ตามเป้าหมาย และมีสมาชิกบัตร
“บิ๊กการ์ด” เพิ่มเป็น 5 ล้านราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 4 ล้านรายซึ่งภายหลังจากที่บริษัทได้เปิดตัวบัตรดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการถี่ขึ้นเฉลี่ยที่ 2.5 ครั้งต่อเดือน และมียอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จอยู่ที่ 850 บาท
น.ส.จริยา กล่าวว่า จากปัญหาเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นมาตรฐานรักษาความปลอดภัยระบบเดียวกับสาขาปัตตานี และมั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้น
“
เราผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ด้วยการมียอดขายติดลบ 5.4% ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2552 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้รู้ว่าต้องปรับตัวอย่างไร” น.ส.จริยา กล่าวทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากเกิดปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง บริษัทได้ปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน และลงทุนให้น้อยที่สุด เน้นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า ส่งผลให้ไตรมาส 4 ปีก่อนเริ่มกลับมามียอดขายเติบโตเป็นบวก โดยเฉพาะช่วงเดือน ธ.ค. โต 6.4% ส่งผลให้ปี 2552 มียอดขาย 68,058 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 1.1%







