
ปปง.ล้วงข้อมูลรูดบัตรแสนบ.
ถกคุม9ธุรกิจกันมิจฉาชีพฟอกเงิน
โพสต์ทูเดย์
— ปปง. ตีเส้นนันแบงก์รูดบัตรเครดิต ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลเกิน 1 แสนบาท ต้องรายงานธุรกรรมพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ปปง. จะเชิญนายกสมาคม 9 กลุ่มอาชีพที่มีหน้าที่ต้องรายงานธุรกรรมตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2552 มาชี้แจ้งเกี่ยวกับการรายงานธุรกรรมเงินสดที่จะต้องรายงานให้ ปปง. เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพ หรืออาชญากรรมข้ามชาติใช้เป็นช่องทางการฟอกเงิน
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ขณะนี้ ปปง.ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงเพื่อนำเข้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในการกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมที่จะต้องรายงานให้ ปปง.รับทราบ ตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท เช่น ธุรกรรมการเงินตั้งแต่ 1 แสนบาท ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวกับค้าของเก่า สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบการบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) และผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนผู้ประกอบการที่เหลือต้องรายงานธุรกรรมเงินสด 2 ล้านบาท ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับ ที่ปรึกษาการลงทุน นายหน้าตัวแทนค้าอสังหาริมทรัพย์ ผู้ค้าของเก่า
“
ปปง.จะหารือกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการกำหนดวงเงินที่จะต้องรายงาน ปปง. ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพราะกลุ่มประเทศ จี20 ส่วนใหญ่มีกฎหมายให้ผู้ประกอบการจะต้องรายงานการป้องกันการฟอกเงินกันหมดแล้ว หากไทยยังไม่เร่งดำเนินการอาจจะมีปัญหา เป็นประเทศที่อาจจะถูกจับตามองว่าไม่ให้ความสำคัญการฟอกเงิน หรือการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ” พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ปปง. ตั้งแต่ปี 2542 ถึง ก.ค. 2552 มีการรายงานธุรกรรมที่ใช้เงินสด 2,955,640 รายการ
ธุรกรรมที่เกี่ยวสินทรัพย์ 3,382,944 รายการ ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย 488,447 รายการ
ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่ยึดอายัดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2543ก.ค. 2552 เป็นเงินกว่า 4,000 ล้านบาท และศาลสั่งตกเป็นของแผ่นดินตั้งแต่ 27 ต.ค. 2543 เป็นเงินกว่า 1,800 ล้านบาท







