
คุมทีวีดาวเทียมโม้
กสทช.เตรียมเรียกไทยคม คุ้มครองโฆษณาผ่านเคเบิลทีวีชั่วคราว
กสทช.เล็งถกไทยคมช่วยตรวจโฆษณาอาหาร-ยาผิดกฎหมาย
กสทช.เตรียมเรียกไทยคม คุ้มครองโฆษณาผ่านเคเบิลทีวีชั่วคราว หลังโฆษณาผิดกฎหมายเพียบ ระยะยาวขึ้นแบล็กลิสต์ มีผลต่อใบอนุญาต
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานของรัฐ ภาควิชาการ และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัญหาการโฆษณาผ่านสื่อเคเบิล ทีวีดาวเทียม รวมถึงวิทยุชุมชน ในระยะสั้นจะเร่งหารือกับผู้ให้บริการเครือข่าย เช่น กรณีทีวีดาวเทียม คือ ไทยคม และผู้ให้บริการเคเบิลในท้องถิ่น ให้ช่วยดูแลโฆษณาผิดกฎหมาย ส่วนวิทยุชุมชน กสทช.สามารถกำกับดูแลผ่านผู้ประกอบการที่มาขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 6,000 สถานี
“เบื้องต้นต้องใช้มาตรการเชิงสังคมกดดันผู้ให้บริการ โดยเฉพาะไทยคมที่ให้บริการช่องทีวีดาวเทียมกว่า 160 ช่อง ในการช่วยดูแล ถือเป็นมาตรการเชิงสังคม เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ส่วนระยะกลางต้องหารือแบบพหุพาคีหลายภาคส่วน รวมทั้งผู้ให้บริการดาวเทียมในต่างประเทศด้วย เพื่อรอแผนแม่บทการกำกับกิจการ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นปี เพราะขณะนี้ปัญหาโฆษณาผิดกฎหมายในเคเบิลและทีวีดาวเทียมมีจำนวนมาก” น.ส.สุภิญญา กล่าว
นอกจากนี้ มาตรการขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมาย เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการกำกับดูแลเบื้องต้น ซึ่งต้องนำเรื่องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กสทช.ชุดใหญ่ก่อน เพราะอาจต้องถูกกำหนดเป็นกฎเกณฑ์อยู่ในการออกใบอนุญาตในอนาคต ทั้งนี้การพิจารณาจะเน้นความผิดด้านอาหารและยาก่อน เนื่องจากมีฐานความผิดที่ชัดตามกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ
ภก.วินิต อัศวกิจวิรี ผู้อำนวยการสำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลล่าสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554-ม.ค. 2555 พบโฆษณาเกินจริงกว่า 900 กรณี เป็นสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางมากที่สุดกว่า 500 รายการ และ 700 กรณีเป็นการกระทำความผิดผ่านสื่อนิตยสาร กว่า 80 กรณีเป็นการกระทำผิดผ่านเคเบิลและทีวีดาวเทียม ที่เหลือเป็นช่องทางเว็บไซต์และวิทยุ
นางเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา (มีเดีย มอนิเตอร์) กล่าวว่า กสทช.ควรดำเนินมาตร การเชิงรุกเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เช่น ขึ้นบัญชีดำ หากพบความผิดซ้ำซาก และให้มีผลต่อการออกใบอนุญาตในอนาคต







