
บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์เฮี้ยบปรับวิธีบริหารยันปล่อยกู้
บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ สั่งลุยปรับโครงสร้างบริหารจัดการของธนาคารใหม่
บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ สั่งลุยปรับโครงสร้างบริหารจัดการของธนาคารใหม่ พร้อมหนุนจ้างผู้สอบบัญชีอิสระ หวังเพิ่มประสิทธิภาพดำเนินงาน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) หรือ ธพว. ซึ่งมีนายนริศ ชัยสูตร เป็นประธาน ได้มีมติสั่งการให้นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธพว. ดำเนินการตามคำสั่งของกระทรวงการคลังให้ฝ่ายปฏิบัติการของธนาคารดำเนินการปรับปรุงจัดทำบัญชีตามมาตรฐานบัญชีตามเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และให้มีการรายงานความคืบหน้าในเรื่องการดำเนินการจัดชั้นสินเชื่อที่ยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่ในขณะนี้กว่า 100 ราย ให้มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ธนาคารดำเนินการกันสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นตามความเห็นของ ธปท.อีกด้วย
ขณะเดียวกันบอร์ดยังมีมติให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์แนวนโยบายในการปล่อยสินเชื่อ การแก้ไขภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) การบริหารสภาพคล่อง การปรับปรุงคุ้มครองความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยให้มีการกำหนดวงเงินและนิยาม รวมถึงการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดำเนินการมากขึ้น
“ในที่ประชุมได้มีการเสนอให้มีการจัดหาผู้ตรวจบัญชีเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการตรวจสอบบัญชีของทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งเรื่องนี้นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริหารเอสเอ็มอีแบงก์ ได้ชี้แจงสนับสนุนว่า การให้มีการจัดหาผู้ตรวจสอบบัญชีเพิ่มนั้น เป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะการตรวจสอบบัญชีในส่วนนี้มีวัตถุประสงค์ต่างจาก สตง. เพราะจะเป็นการตรวจสอบบัญชีเพื่อสนับสนุนการบริหารงาน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายพิชัยยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารในที่ประชุมกรรมการว่า การปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีปัญหาไม่ควรจะเกิน 2 ครั้ง และต้องให้ลูกหนี้มีเอกสารคำรองขอปรับโครงสร้างหนี้และต้องลงนามในใบคำร้องดังกล่าวให้เรียบร้อย และต้องมีการพิจารณาวิเคราะห์การรับโอนภาระหนี้จากหลักประกันของลูกค้าที่นำพื้นที่เกษตรมาเป็นหลักประกันด้วยจะได้ไม่เสียหาย







