
ปีนี้ร้อนจัดคาดยอดใช้ไฟฟ้าพุ่ง
ทำสถิติทะลุ2.5หมื่นเมกะวัตต์ แถมได้อานิสงส์ศก.รุ่งยิ่งใช้มาก
ทำสถิติทะลุ2.5หมื่นเมกะวัตต์ แถมได้อานิสงส์ศก.รุ่งยิ่งใช้มาก
กฟผ.ขยับเป้าหมายไฟพีกปีนี้ที่ 25,230 เมกะวัตต์ เหตุร้อนเร็วแถมเศรษฐกิจโต
นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ได้ปรับตัวเลขประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ปี 2555 มาอยู่ที่ 25,230 เมกะวัตต์ จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ เนื่องจากอากาศเข้าสู่ฤดูร้อนเร็วกว่าปกติและคาดการณ์จะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียสในเดือน เม.ย. ตลอดจนปัจจัยการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
ตัวเลขไฟพีกปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.5% คาดว่าจะเกิดระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. โดย กฟผ.ได้เตรียมปริมาณไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายในสัดส่วนอยู่ 23% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าขาดแคลน แม้ว่าในช่วงวันที่ 8-17 เม.ย. การจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเยตากุน ประเทศพม่าจะหยุดชั่วคราว แต่ก็เป็นช่วงของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตามปกติความต้องการใช้ไฟฟ้าจะลดลงอยู่แล้ว
“การปรับตัวเลขไฟพีกใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับตัวเลขการใช้ไฟฟ้าจริง ที่ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากอากาศร้อนและการเคลื่อนไหวของระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่วัดได้ล่าสุดอยู่ที่ 23,5000 เมกะวัตต์ ในขณะที่ตัวเลขไฟพีคที่เดิมคาดการณาไว้อยู่ที่ 24,000 เมกะวัตต์ ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ไฟพีคจะทำลายสถิติมากกว่านี้ได้อีก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และหากยังทรงตัวในระดับนี้ คาดว่าในช่วงปลายสัปดาห์อาจเห็นตัวเลขไฟพีกก็ได้” นายพิบูลย์ กล่าว
นายพิบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการใช้ไฟฟ้าในช่วง 26 วันของเดือนก.พ. มีการขยายตัวเฉลี่ย 6% ซึ่งเป็นการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเดือนม.ค. การใช้ไฟฟ้าขยายตัวที่ระดับ 5.9% เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของภาคธุรกิจ ทั้งที่ฟื้นจากปัญหาน้ำท่วม และการเร่งผลิตสินค้าของโรงงานอุตสาหกรรมตามคำสั่งซื้อที่เริ่มทยอยเข้ามา
ด้านนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึง การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2573 (พีดีพี 2010) กำหนดให้ภายในปี 2573 จะมีการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 9,200เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศประมาณ 9,000 เมกะวัตต์ เพื่อการกระจายเชื้อเพลิง ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่มีสัดส่วนสูงถึง 70%
การรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน จะกำหนดรูปแบบการเจรจากับแบบทวิภาคี ระหว่าง 5 ประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า จีน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่จะส่งเสริมและให้ความร่วมมือพัฒนาไฟฟ้าในลาว จำหน่ายให้แก่ประเทศไทยในปริมาณ 7,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2558
สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพม่า ได้ลงนามเอ็มโอยูในปริมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ด้านการรับซื้อไฟฟ้าจากจีนมีการลงนามเอ็มโอยูปริมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ด้านกัมพูชาได้ลงนามเอ็มโอยูร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า สนับสนุนซื้อขายไฟฟ้า 2 ประเทศ โดยไม่ได้ระบุปริมาณแต่ระบุอายุสัญญา และการซื้อขายไฟฟ้ากับมาเลเซียมีสัญญาผ่านจุดซื้อ-ขาย 2 จุด รวม 325 เมกะวัตต์







