posttoday
ปีนี้ร้อนจัดคาดยอดใช้ไฟฟ้าพุ่ง

ปีนี้ร้อนจัดคาดยอดใช้ไฟฟ้าพุ่ง

28 กุมภาพันธ์ 2555

ทำสถิติทะลุ2.5หมื่นเมกะวัตต์ แถมได้อานิสงส์ศก.รุ่งยิ่งใช้มาก

ทำสถิติทะลุ2.5หมื่นเมกะวัตต์ แถมได้อานิสงส์ศก.รุ่งยิ่งใช้มาก

กฟผ.ขยับเป้าหมายไฟพีกปีนี้ที่ 25,230 เมกะวัตต์ เหตุร้อนเร็วแถมเศรษฐกิจโต

นายพิบูลย์ บัวแช่ม ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ได้ปรับตัวเลขประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ปี 2555 มาอยู่ที่ 25,230 เมกะวัตต์ จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 2.4 หมื่นเมกะวัตต์ เนื่องจากอากาศเข้าสู่ฤดูร้อนเร็วกว่าปกติและคาดการณ์จะมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียสในเดือน เม.ย. ตลอดจนปัจจัยการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

ตัวเลขไฟพีกปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.5% คาดว่าจะเกิดระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. โดย กฟผ.ได้เตรียมปริมาณไฟฟ้าสำรองพร้อมจ่ายในสัดส่วนอยู่ 23% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าขาดแคลน แม้ว่าในช่วงวันที่ 8-17 เม.ย. การจัดส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเยตากุน ประเทศพม่าจะหยุดชั่วคราว แต่ก็เป็นช่วงของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตามปกติความต้องการใช้ไฟฟ้าจะลดลงอยู่แล้ว

“การปรับตัวเลขไฟพีกใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับตัวเลขการใช้ไฟฟ้าจริง ที่ ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากอากาศร้อนและการเคลื่อนไหวของระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่วัดได้ล่าสุดอยู่ที่ 23,5000 เมกะวัตต์ ในขณะที่ตัวเลขไฟพีคที่เดิมคาดการณาไว้อยู่ที่ 24,000 เมกะวัตต์ ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ไฟพีคจะทำลายสถิติมากกว่านี้ได้อีก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และหากยังทรงตัวในระดับนี้ คาดว่าในช่วงปลายสัปดาห์อาจเห็นตัวเลขไฟพีกก็ได้” นายพิบูลย์ กล่าว


นายพิบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการใช้ไฟฟ้าในช่วง 26 วันของเดือนก.พ. มีการขยายตัวเฉลี่ย 6% ซึ่งเป็นการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเดือนม.ค. การใช้ไฟฟ้าขยายตัวที่ระดับ 5.9% เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของภาคธุรกิจ ทั้งที่ฟื้นจากปัญหาน้ำท่วม และการเร่งผลิตสินค้าของโรงงานอุตสาหกรรมตามคำสั่งซื้อที่เริ่มทยอยเข้ามา

ด้านนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึง การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2573 (พีดีพี 2010) กำหนดให้ภายในปี 2573 จะมีการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 9,200เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศประมาณ 9,000 เมกะวัตต์ เพื่อการกระจายเชื้อเพลิง ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่มีสัดส่วนสูงถึง 70%

การรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน จะกำหนดรูปแบบการเจรจากับแบบทวิภาคี ระหว่าง 5 ประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า จีน กัมพูชา และมาเลเซีย โดยการรับซื้อไฟฟ้าจากลาว ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่จะส่งเสริมและให้ความร่วมมือพัฒนาไฟฟ้าในลาว จำหน่ายให้แก่ประเทศไทยในปริมาณ 7,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2558

สำหรับการรับซื้อไฟฟ้าจากพม่า ได้ลงนามเอ็มโอยูในปริมาณ 1,500 เมกะวัตต์ ด้านการรับซื้อไฟฟ้าจากจีนมีการลงนามเอ็มโอยูปริมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ด้านกัมพูชาได้ลงนามเอ็มโอยูร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า สนับสนุนซื้อขายไฟฟ้า 2 ประเทศ โดยไม่ได้ระบุปริมาณแต่ระบุอายุสัญญา และการซื้อขายไฟฟ้ากับมาเลเซียมีสัญญาผ่านจุดซื้อ-ขาย 2 จุด รวม 325 เมกะวัตต์

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ