
'แกรมมี่' ลุยไฟ บุกสื่อใหม่ทุกแพลตฟอร์ม
บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ไทย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศลุยสื่อใหม่อย่างจริงจังในทุกแพลตฟอร์ม
บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ไทย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศลุยสื่อใหม่อย่างจริงจังในทุกแพลตฟอร์ม
เพราะมองเป็นอนาคตใหม่ของธุรกิจคอนเทนต์ จากเพลงจึงขยายเนื้อหารายการต่างๆ เพิ่มอีกมากมาย ทั้งกีฬา สาระบันเทิง ความรู้ ขณะที่กฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจยังไม่ชัดเจน ทั้งกฎเกณฑ์การดำเนินธุรกิจจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) และการวัดเรตติ้งผู้ชม ซึ่งเป็นเครื่องการันตีในเรื่องรายได้จากโฆษณา
ปัจจุบัน จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีช่องรายการทีวีดาวเทียมที่ผลิตเอง 7 ช่อง โดยเปิดช่องใหม่ล่าสุด คือ จีเอ็มเอ็ม มิวสิก ช่องเพลงสตริง ขณะที่ในแพลตฟอร์มวัน สกาย ซึ่งเป็นธุรกิจกระจายภาพและเสียง มีช่องรายการให้บริการรวม 200 ช่อง ซึ่ง ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยืนยันว่า ธุรกิจทีวีดาวเทียมเป็นอนาคตที่สำคัญของบริษัท แม้ปลายปีที่ผ่านมาจะสะดุดจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมแผนรุกตลาดครั้งสำคัญของวัน สกาย อีกครั้งหนึ่ง
“ยืนยันว่าธุรกิจทีวีดาวเทียมจะเป็นอนาคตสำคัญของบริษัท เราจะเพิ่มช่องรายการโทรทัศน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ชม ซึ่งจะมีความต้องการที่หลากหลาย รวมทั้งรูปแบบการรับชมจะมีความซับซ้อนมากขึ้นตามลักษณะที่อยู่อาศัย” ไพบูลย์ กล่าว
แม้ขณะนี้กฎเกณฑ์การประกอบธุรกิจจะยังไม่ชัดเจน ขณะที่คณะกรรมการ กสทช. เตรียมประมูลทีวีระบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นอีก ไพบูลย์ กล่าวว่า จะไม่กระทบแผนการดำเนินธุรกิจของแกรมมี่ฯ และบริษัทที่จะเข้าประมูลในทุกรูปแบบบริการ ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นทีวีระบบดิจิตอล ทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต (ไอพีทีวี) รวมไปถึงทีวีดาวเทียม เพราะขณะนี้แกรมมี่ถือลิขสิทธิ์รายการมากที่สุดรายหนึ่ง โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลในฤดูกาลหน้า ล่าสุดได้ลิขสิทธิ์คาร์ลิง คัพ แชมเปียนชิพ ลีกเอิง ของฝรั่งเศส บุนเดสลีกา เจ-ลีก เป็นต้น
การโดดเข้ามาแย่งชิงลิขสิทธิ์โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลของแกรมมี่ เพราะมองว่าตลาดสปอร์ต มาร์เก็ตติง มีเม็ดเงินมูลค่าหลายพันล้านบาท อาจจะสูงกว่ามิวสิก มาร์เก็ตติง โดยเฉพาะในส่วนของสปอนเซอร์ชิป ขณะเดียวกันสามารถดำเนินธุรกิจโทรทัศน์แบบรับเป็นสมาชิก (เปย์ ทีวี) ได้ด้วย ซึ่งในแพลตฟอร์มวัน สกาย จะมีรูปแบบให้บริการแบบบอกรับสมาชิก โดยเฉพาะรายการกีฬา ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ปีที่ผ่านมาธุรกิจทีวีดาวเทียมของแกรมมี่ ทำรายได้กว่า 400 ล้านบาท
ไพบูลย์ กล่าวว่า ในเดือน เม.ย.นี้ เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำเรตติ้ง จะเข้ามาตรวจวัดเรตติ้งรายการโทรทัศน์ดาวเทียมอย่างเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเอเยนซีผู้ลงโฆษณา ที่ผ่านมา บริษัทเน้นหาพันธมิตรที่มีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทเข้ามาสนับสนุน โดยปีนี้แกรมมี่คาดผลประกอบการรวมจะโต 20% ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท เป็นครั้งแรก และเติบโตไม่น้อยกว่า 20% จากปีที่แล้ว โดยธุรกิจหลักที่จะเข้ามาผลักดันให้รายได้บรรลุถึงเป้าหมาย คือ ทีวีดาวเทียมนั่นเอง ส่วนเพลงยังคงเป็นธุรกิจหลัก ที่ทำรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท
กริช ทอมมัส รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจเพลง กล่าวว่า ได้ใช้งบ 100 ล้านบาท ในการทำช่องรายการจีเอ็มเอ็ม มิวสิก เพิ่มอีก 1 ช่อง เพื่อสนับสนุนธุรกิจเพลงของแกรมมี่ที่มีการผลิตผลงานเพลงออกมาปีละไม่ต่ำกว่า 700 เพลง สำหรับเพลงใหม่ ซึ่งช่องจีเอ็มเอ็ม มิวสิก จะเป็นช่องเพลงสตริงโดยเฉพาะ นำเสนอทั้งเพลง (เบื้องหน้า) และเบื้องหลังการทำงาน การแต่งเพลง อัดเสียง คอนเสิร์ต รวมทั้งเป็นช่องทางในการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่วงการเพลงเพิ่มเติมอีกด้วย คาดว่าปีแรกจะมีรายได้ 50 ล้านบาท
“การดำเนินธุรกิจเพลงของแกรมมี่ในยุคนี้ จะเป็นการทำธุรกิจแบบบีทูซี คือการทำธุรกิจกับผู้บริโภคโดยตรง ผ่านช่องทางสื่อใหม่ต่าง ๆ เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น เป็นการสร้างรอยัลตี้ แฟนประจำ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้รายได้ของธุรกิจเพลงของแกรมมี่ยังเติบโต” นายกริชกล่าว
ทั้งนี้ รูปแบบของช่องจีเอ็มเอ็ม มิวสิค จะมีช่องทางออนไลน์เข้ามาเสริม เพราะปัจจุบัน พฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่กับออนไลน์ตลอดเวลาทั้งมือถือ อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะโซเชี่ยล มีเดีย ซึ่งบริษัทจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เข้าสู่ช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ โดยล่าสุด กำลังเจรจากับยูทูบเพื่อสร้างช่องจีเอ็มเอ็มบนยูทูบ คาดว่าจะมีผู้ชมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านเพจวิวต่อปี ทั้งนี้ปีที่ผ่านมา บริษัทเริ่มมีรายได้เข้ามาทางยูทูบ โดยทางยูทูบจ่ายโดยคิดอัตรา 1 เหรียญสหรัฐ ต่อ 1,000 วิว ขณะที่ช่องทางออฟไลน์ บริษัทได้ขยายช่องทางไปสู่เครื่องเล่นคาราโอเกะ โดยเซ็นสัญญากับทีเจ มีเดีย ผู้ผลิตเครื่องเล่นคาราโอเกะ จากเกาหลี คาดว่าจะมีรายได้ 5060 ล้านบาทในปีนี้
วิชัย สุภาสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีจีส มีเดีย (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ปีนี้อัตราการเติบโตของทีวีดาวเทียมน่าจะชะลอตัวเพื่อรอดูความชัดเจนของกฎเกณฑ์ ระเบียบ และใบอนุญาตของ กสทช.ที่กำลังจะออกมา รวมทั้งการซื้อสื่อทีวีดาวเทียมยังมีปัญหาในเรื่องการวัดเรตติ้งผู้ชม ซึ่งปลายปีที่แล้วบริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จะดำเนินการจัดทำเรตติ้งแต่มาเจอปัญหาน้ำท่วม ทำให้โครงการดังกล่าวชะลอตัวไป แต่เชื่อว่าปีนี้โฆษณาในทีวีดาวเทียมยังคงโต 20-30% เพราะฟรีทีวีค่อนข้างเต็ม
ด้านพรรณี ชัยกุล ประธานกลุ่มบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ทีวีดาวเทียมยังเป็นสื่อที่ต้องจับตา แม้มองว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี ที่จะแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เพราะขณะนี้ผู้เล่นรายหลักๆ เช่น จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศลุยเต็มตัว ลงทุนซื้อลิขสิทธิ์รายการ รวมทั้งคอนเทนต์ที่มีคุณภาพเข้ามามีโอกาสที่ผู้ชมจะติดตาม และทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หากเกิดขึ้นจะรวดเร็ว เช่นเดียวกับสื่อดิจิตอลอื่น ๆ เพราะขณะนี้ผู้บริโภคมีเครื่องมือ อุปกรณ์พร้อม รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น







