
น้ำมันขยับแรงค่าไฟจ่อขึ้น
กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อราคาน้ำมันในไทยขยับอีกตามแรงกระเพื่อมตลาดโลก
กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อราคาน้ำมันในไทยขยับอีกตามแรงกระเพื่อมตลาดโลก
หลังอิหร่านหยุดส่งน้ำมันให้อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมีผลต่อจิตวิทยาต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และทำให้บริษัทน้ำมันในไทยปรับขึ้นราคาน้ำมันอีกรอบเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ราคาเบนซินและแก๊สโซฮอล์ได้ขึ้นไปอีก 60 สต./ลิตร ส่วน อี85 ขึ้น 30 สต./ลิตร และดีเซลขึ้น 40 สต./ลิตร หลังจากก่อนหน้าได้ปรับราคาน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 95 ไปแล้วลิตรละ 1 บาท ตามมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อนำเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ได้ประเมินว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกในช่วงนี้มีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยเหตุการณ์ในอิหร่านที่หยุดส่งออกน้ำมันให้กับกลุ่มประเทศยุโรป แต่จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นที่มีผลในทางจิตวิทยา
ผู้บริหาร ปตท. คาดว่าราคาน้ำมันไม่น่าจะเกินระดับ 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งอาจจะใกล้เคียงกับที่เคยทำสถิติสูงสุดไว้เมื่อปี 2551 ที่ระดับ 147 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ปัจจุบันราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ส่วนน้ำมันดีเซลยังพอมีข่าวดี เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการลดภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่...) โดยขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและไบโอดีเซล 0.005 บาทต่อลิตร จากสิ้นเดือน ก.พ. ไปเป็นวันที่ 31 มี.ค.นี้ เพื่อไม่ต้องการเพิ่มภาระให้กับประชาชน หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแล้ว ยังมีแนวโน้มที่ค่าไฟจะขยับตามด้วย เมื่ออัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟที ในรอบเดือน พ.ค.-ส.ค. อาจจะปรับขึ้นบ้างตามต้นทุนเชื้อเพลิงจากราคาน้ำมันตลาดโลกและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคาดการณ์เบื้องต้นอาจจะต้องปรับขึ้นอย่างน้อย 20-30 สต./หน่วย
ยันไตรมาส 2 ส่งออกฟื้นแน่
ในงาน Post Forum Roadmap to Recovery : Thailand in 2012 จัดโดยหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้ยืนยันว่าการส่งออกไทยปีนี้ยังคงขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 15% โดยมีมูลค่าประมาณ 7.89 ล้านล้านบาท แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และปัญหาเศรษฐกิจโลก ทำให้ตัวเลขการส่งออกไทยตกต่ำลงมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา การส่งออกขยายตัวติดลบ 12.44% หดตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปี
อย่างไรก็ตาม รมว.พาณิชย์ เชื่อว่าแนวโน้มการส่งออกจะเริ่มกลับมาปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่โรงงานอุตสาหกรรมกลับมาฟื้นฟูได้เต็มที่ โดยไตรมาสแรกการส่งออกอาจจะชะลอตัวบ้าง แต่หากดูตัวเลขการส่งออกในเดือน ม.ค. ซึ่งจะกลับมาขยายตัวเป็นบวก ถือเป็นทิศทางที่ดี และภาคส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ส่วนการดูแลการค้าภายในประเทศนั้น ยังคงยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ขยายตัว 3.3-3.8%
จตุจักรป่วน รฟท.ขึ้นค่าเช่า
หลังจากตลาดนัดสวนจตุจักรได้ตกมาอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คณะกรรมการ ร.ฟ.ท.ได้มีการประชุมล่าสุดเคาะค่าเช่าแผงค้าตลาดนัดจตุจักรที่มีอยู่ 8,875 แผง ในอัตราเดือนละ 3,157 บาท รวมกับเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า 5 หมื่นบาท โดยสามารถผ่อนจ่ายได้ 3 งวด และได้กำหนดสัญญาเช่ามีอายุ 5 ปี ซึ่งทางผู้บริหาร ร.ฟ.ท.ยืนยันว่าถูกกว่าค่าเช่าแผงในย่านเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ร.ฟ.ท.ประกาศค่าเช่าแผงค้าในตลาดนัดสวนจตุจักรอัตราใหม่ กลุ่มผู้ค้าก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ ร.ฟ.ท.ทบทวนค่าเช่า เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเรียกร้องมาตลอดว่าผู้ค้าสามารถรับค่าเช่าได้ไม่เกิน 1,200 บาทต่อเดือน แต่ค่าเช่าที่ ร.ฟ.ท.สรุปออกมาสูงกว่าราคาที่กำหนดไว้มาก โดยกลุ่มผู้ค้าจะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 27 ก.พ.นี้ หากกลุ่มผู้ค้าไม่เห็นด้วย จะต้องต่อรองกับ ร.ฟ.ท.เพื่อขอราคาที่เหมาะสมอีกครั้ง







