posttoday
ฟันด์นอกไม่ทิ้งหุ้นไทย

ฟันด์นอกไม่ทิ้งหุ้นไทย

25 กุมภาพันธ์ 2555

เมินติดกลุ่มเสี่ยงฟอกเงิน-กบข.ไปตปท.ต้องใช้เอกสารแสดงตัวตนมากขึ้น

เมินติดกลุ่มเสี่ยงฟอกเงิน-กบข.ไปตปท.ต้องใช้เอกสารแสดงตัวตนมากขึ้น

กบข.ยันไทยถูกขึ้นบัญชีฟอกเงิน ไม่กระทบลงทุนต่างประเทศ ยอมรับอาจต้องใช้เอกสารระบุตัวตนมากขึ้น ด้านกองทุนฝรั่งยังไม่ปรับลดลงทุนไทย แต่เข้าข่ายเฝ้าระวังใกล้ชิด

นายตรีพล ภูมิวสนะ ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนต่างประเทศและบริหารผู้จัดการกองทุน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข.ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกรณีที่ไทยติดกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้าย เนื่องจาก กบข.เป็นหน่วยงานของรัฐ มีหลักฐานชี้แจงที่มาของเงินลงทุนได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวอาจทำให้มีการร้องขอเอกสารเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ กบข.สามารถบริหารจัดการได้

ฟันด์นอกไม่ทิ้งหุ้นไทย

“อาจมีการร้องขอเอกสารมากขึ้น เช่น บางหน่วยงานขอให้เราแปล พ.ร.บ.กบข.เป็นฉบับภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปเสนอให้เห็นว่าเราเป็นหน่วยงานรัฐที่ดำเนินการภายใต้กฎหมาย มีขอบเขตหน้าที่และมีที่มาที่ไปของเงินชัดเจน หรือบางแห่งอาจขอให้เราไปที่สถานทูตของเขา เพื่อไปเอาหลักฐานที่สถานทูตประทับตรารับรองว่ามีตัวตนอยู่จริง เป็นองค์กรอะไร ทำหน้าที่อย่างไร เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง หรือส่งผลกระทบต่อการลงทุนแต่อย่างใด” นายตรีพล กล่าว

ด้านนายเคิร์ค เวสต์ กรรมการบริหาร International Investment Principal Global ประจำประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้บริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญทั่วโลก กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายไม่ลงทุนในประเทศที่ถูกปรับระดับความเข้มว่ามีความเสี่ยงเป็นแหล่งฟอกเงินและสนับสนุนก่อการร้าย แต่ในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีการปรับลดสัดส่วน หรือชะลอการลงทุนแต่อย่างใด เพียงแต่เฝ้าระวังและจับตามองอย่างใกล้ชิดเท่านั้น

ปัจจุบันกองทุนภายใต้การบริหารเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยประมาณ 300 ล้านบาท จากมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั้งหมดประมาณ 2.42 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

กรณีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรง (FDI) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เข้มงวดอย่างสหรัฐที่อาจจำกัดการลงทุนทั้งหมด

น.ส.ลอริ แอล ไวติง รองประธานกรรมการ กองทุนเวลลิงตันสหรัฐ กล่าวว่า การที่ไทยถูกขึ้นบัญชีว่ามีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินอาจส่งผลกระทบต่อการเปิดบัญชีใหม่ลงทุนในต่างประเทศ เพราะต้องใช้เอกสารและขั้นตอนการตรวจสอบมากขึ้น แต่ไม่เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาว่าหุ้นที่จะเข้าไปซื้อนั้นจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่เชื่อถือได้หรือไม่ หากเป็นตลาดที่มีความโปร่งใสก็สามารถเข้าไปลงทุนได้

นายธนศักดิ์ กรรณสูต ผู้จัดการกองทุนบำเหน็จบำนาญเชลล์ กรุ๊ป บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในประเทศไทย บริษัทว่าจ้างผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหารอีกที ขณะที่การปรับลดหรือเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจะทำเป็นปกติทุก 35 ปี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าประเทศถูกขึ้นบัญชีว่ามีความเสี่ยงด้านไหนหรือไม่

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) จัดสัมมนา “การเปลี่ยนแปลงและความท้าทายของกองทุนบำนาญทั่วโลก” โดย น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า กบข.เล็งเพิ่มแผนลงทุนทางเลือกสนับสนุนการลงทุนหุ้นมากขึ้น หวั่นบริหารแบบอนุรักษนิยมสร้างผลตอบแทนไม่พอใช้ในวัยเกษียณ

ทั้งนี้ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของกองทุนบำเหน็จบำนาญในต่างประเทศ โดยมองข้ามความผันผวนของตลาดหุ้นที่เกิดขึ้นในระยะสั้น และให้ความสำคัญกับผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่า

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว