
บุ๋ม-ปนัดดาแจ้งความ ปคม. ถูกตัดต่อภาพลามก
มูลนิธิปวีณา พา บุ๋ม ปนัดดา เข้าแจ้งความ ปคม. ดำเนินคดีถูกตัดต่อภาพลามกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต เตือนคนฟอร์เวิร์ดผิดกฎหมายหลายบท
มูลนิธิปวีณา พา บุ๋ม ปนัดดา เข้าแจ้งความ ปคม. ดำเนินคดีถูกตัดต่อภาพลามกเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต เตือนคนฟอร์เวิร์ดผิดกฎหมายหลายบท
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมกับ น.ส.ปนัดดา หรือ บุ๋ม วงศ์ผู้ดี อายุ 33 ปี อดีตนางสาวไทยและดาราพิธีกรชื่อดัง เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผบก.ปคม. แล้วแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำภาพของ น.ส.ปนัดดา เคยถ่ายแบบไว้กับนิตยสารฉบับหนึ่งไปโพสต์รวมกับภาพลามากอนาจาร ส่งต่อทางอีเมล์เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตทำให้ได้เสื่อมเสียชื่อเสียง
บุ๋ม ปนัดดา กล่าวว่า ภาพดังกล่าวที่มีการส่งต่อเป็นฟอร์เวิร์ดเมล์นั้นมีภาพที่ตนเคยถ่ายแบบไว้ 2 ภาพโดยมีการนำมาประกอบกับภาพลามกอนาจารอีก 3 ภาพ ซึ่งเชื่อว่ามาจากภาพยนตร์ลามก ทั้งนี้ตนทราบมาตั้งแต่ 5 ปีก่อน และเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2552 ก็เคยเข้าแจ้งความที่ บก.ปดส.มาแล้ว ครั้งนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้จะยุติไปเอง แต่กลับยังพบว่ามีการส่งต่อกันอยู่
“ดิฉันจึงอยากให้ตำรวจช่วยติดตามจับกุมผู้ที่นำภาพดังกล่าวมาส่งต่อและขอให้ยุติการเผยแพร่เพราะทำให้ดิฉันและครอบครัวที่ใช้นามสกุลวงศ์ผู้ดี ได้รับความเสียหาย ดิฉันยืนยันว่าไม่คิดอยากดังด้วยเรื่องแบบนี้เพราะดิฉันก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว”
ขณะที่ พ.ต.อ.ศรายุทธ กล่าวว่า กรณีนี้ทางผู้เสียหายเคยมาร้องทุกข์ไว้แล้วเมื่อครั้งที่ยังเป็นหน่วย บก.ปดส.ซึ่งเดิมมีอำนาจการสืบสวนสอบสวนแต่ภายหลังที่หน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงตั้ง บก.ปคม.ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2552 จึงไม่มีอำนาจสอบสวนแล้ว แต่จะทำเรื่องไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขออนุมัติสอบสวนคดีนี้ต่อ
สำหรับกรณีนี้เบื้องต้นรู้ตัวผู้ที่เป็นคนส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ครั้งแรกแล้วซึ่งอยู่ในต่างจังหวัดและเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะพยานไว้ โดยยังไม่มีการพิจารณาขออนุมัติหมายจับผู้ใดแต่หากภายหลังพบการกระทำความผิดก็พิจารณาดำเนินคดีได้ ส่วนการสืบสวนไปให้ถึงต้นต่อของผู้ตัดต่อภาพและเป็นผู้เผยแพร่เป็นคนแรกยังเป็นเรื่องยาก ต้องใช้เวลา
ขณะที่ผู้ที่ส่งต่อเมล์นี้ ถือว่ากระทำผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท โดยเข้าข่ายกระทำความผิดข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และเผยแพร่หรือส่งต่อผู้อื่น ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (4) , (5) และมาตรา 16 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 118 ด้วย
รอง ผบก.ปคม.กล่าวต่ออีกว่า อยากฝากเตือนไปยังผู้ที่มีภาพดังกล่าวในอีเมล์แอดเดรสของตนเองว่าขอให้ทำลายทิ้งเพราะหากส่งต่อไปอีกก็มีความผิดเช่นเดียวกับผู้ที่เป็นคนเริ่มต้นส่ง และไม่สามารถอ้างได้ว่าตนไม่ได้เป็นผู้ตัดต่อหรือได้รับเมล์มาจากใคร เพราะการส่งต่อไปอีกนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ผู้อื่นจะส่งเพราะตนเองจะรู้รหัสผ่านหรือพาสเวิร์ดของตนเองผู้เดียวเท่านั้น จึงปฏิเสธไม่ได้







