
ชงสภาชุบชีวิต ลูกหนี้ล้มละลาย
วิกฤตปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนเป็นปัญหาที่คาราคาซังมาโดยตลอด
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
วิกฤตปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนเป็นปัญหาที่คาราคาซังมาโดยตลอด แม้ว่าผ่านมากี่รัฐบาลก็ยังไม่สามารถที่จะผ่าตัดหนี้สินภาคประชาชนได้ และยิ่งจะจมดิ่งลึกลงถึงกระบวนการถูกฟ้องร้องยึดทรัพย์และล้มละลายเกลื่อนเมือง
เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จัดระดมสมองกลุ่มลูกหนี้ทั่วประเทศกว่า 1.2 หมื่นคนมาจากทุกกลุ่ม คิดเป็นมูลหนี้กว่า 6,000 ล้านบาท หรือแต่ละรายมีหนี้ประมาณ 5 แสนบาท
จากการระดมสมอง ได้ข้อสรุปว่า
ควรจะเพิ่มยอดมูลหนี้การฟ้องล้มละลายจาก 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 3-5 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
รัฐบาลควรจะต้องสนับสนุนจัดตั้งศูนย์ดูแลลูกหนี้อย่างเบ็ดเสร็จ (วันสต็อป เซอร์วิส) โดยการรวมปัญหาเกี่ยวกับหนี้ไว้ที่เดียวกัน และให้ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสินเข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้
คัดแยกลูกหนี้ตามสถาบันการเงิน เพื่อรวมกลุ่มการเจรจาต่อรองกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ในการแก้ไขหนี้ทั้งก้อน ดีกว่าที่สถาบันการเงินเจ้าหนี้จะตัดบัญชีลูกหนี้ขายไปให้กับบริษัทติดตามหนี้ในราคาถูก 20-30%
การผลักดันแก้ไขกฎหมายข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจถูกฟ้องล้มละลายไม่ควรที่จะขาดคุณสมบัติ หรือถูกให้ออกจากงาน และสามารถที่จะทำงานต่อได้ ยกเว้นการล้มละลายจากการทุจริต
อาจิณ จุ้งลก เลขานุการชมรมปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ กล่าวว่า ชมรมได้มีการคัดกลุ่มลูกหนี้ที่มีความเดือดร้อนที่จะต้องช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เนื่องจากระหว่างการฟ้องล้มละลายและยึดทรัพย์ 4,611 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 2,600 ล้านบาท โดยจะรวบรวมปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินต่อกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ ปัจจุบันสถิติการฟ้องล้มละลายประมาณ 1 แสนคน คาดว่าจะเป็นกลุ่มข้าราชการ รัฐวิสาหกิจประมาณ 5-10% หรือประมาณ 1 หมื่นคน ที่จะต้องถูกออกจากงาน ซึ่งจะมีปัญหาสังคมตามมา
สำหรับผลสำรวจประเด็นปัญหาของลูกหนี้แบ่งออกได้ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มมนุษย์เงินเดือน เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ อยู่ในกระบวนการล้มละลายมากที่สุด และเป็นจำเลยเพราะเป็นผู้ค้ำประกันการซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ให้กับญาติ หรือคนรู้จักในที่ทำงานเดียวกัน มีหนี้ส่วนขาดหลังจากขายหลักทรัพย์ประกันแล้ว ประกอบกับอายุความของคดีจะครบ 10 ปี ทำให้เจ้าหนี้ต้องเร่งฟ้องล้มละลายเพื่อตัดหนี้สูญ
กลุ่มพนักงานบริษัท ส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการยึดทรัพย์และถูกอายัดเงินเดือนมากที่สุด โดยส่วนใหญ่จะเป็นหนี้บัตรเครดิตและหนี้นอกระบบ
กลุ่มที่ 2 เกษตรกร กลุ่มนี้จะเป็นหนี้นอกระบบและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มากที่สุด เป็นหนี้ค่าปุ๋ย ค่ายาและกู้เงินมาใช้ในครอบครัวระหว่างฤดูกาล ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงถูกนายทุนนอกระบบเอาเปรียบให้ขายฝากที่ดินทำกินและถูกฟ้องร้องยึดที่ดินทำกิน
กลุ่มที่ 3 กลุ่มทั่วไป เช่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ จะเป็นหนี้นอกระบบและหนี้บริษัทไฟแนนซ์รถยนต์มากที่สุด และอยู่ในกระบวนการบังคับคดี ขายทรัพย์มีส่วนขาด ถูกยึดทรัพย์สินอื่นๆ ของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน หรือนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปจำนำกับเจ้าหนี้รายใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อใช้หนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ย 10-20% ต่อวัน
กลุ่มที่ 4 กลุ่มตกงาน ส่วนใหญ่จะอยู่ในกระบวนการบังคับคดี ยึดบ้านและทรัพย์ประกันที่จำนองอีกธนาคารหนึ่ง หรืออายัดทรัพย์ของเจ้าบ้าน ส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิตหลายใบ เมื่อถูกติดตามทวงถามจากเจ้าหนี้ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อไป จึงตัดสินใจออกจากงานเพื่อหนีการติดตามหนี้
ข้อเสนอทางฝั่งลูกหนี้ ไม่ใช่ข้อเสนอที่จะต้องได้รับการตอบสนองทั้งหมด เรื่องนี้จะต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะประชานิยมแก้ไขหนี้ภาคประชาชนอย่างไร ในยุคที่รัฐบาลถังแตกอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีแนวทางการการแก้ไขปัญหาหนี้ของภาคประชาชน โดยได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นแกนหลักเข้ามาช่วยแก้ไขปรับโครงสร้างหนี้ในวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะดูแลกลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการชั้นทวงถามหนี้ จากสถาบันการเงิน กรมบังคับคดีจะรับผิดชอบดูแลไกล่เกลี่ยกลุ่มลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการบังคับคดี ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ส่วนกลุ่มลูกหนี้นอกระบบจะเข้ามาลงทะเบียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จะรับไปดำเนินการ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร







