
ไฟแนนซ์ทูเดย์
แม้ว่า พ.ร.ก. 2 ฉบับ จะผ่านฉลุยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่บรรยากาศการอ่านคำตัดสินที่มี อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม
แม้ว่า พ.ร.ก. 2 ฉบับ จะผ่านฉลุยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่บรรยากาศการอ่านคำตัดสินที่มี อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม
ปลัดกระทรวงการคลัง จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ไปนั่งเป็นฐานะตัวแทนรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มอบหมาย ดูจะแปลกๆ เนื่องจากปลัดคลังเป็นข้าราชการไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่ได้เป็นรัฐบาล และไม่ได้เป็น ครม. ที่สำคัญปลัดคลังไม่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดัน พ.ร.ก.ดังกล่าวเลย เพิ่งจะมาจับเป็น
เรื่องเป็นราวตอนที่ พ.ร.ก.ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้วเท่านั้น โชคดีที่ศาลเห็นว่า พ.ร.ก.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าผลออกมาตรงข้ามคงดูไม่จืด เพราะเนื้อไม่ได้กินหนังไม่รอง ต้องเอากระดูกมาแขวนคอ
...สำหรับ กิตติรัตน์ ที่อ้างว่าติดภารกิจประชุม ครม.ต่างจังหวัด แต่พอศาลมติให้ พ.ร.ก. 2 ฉบับผ่าน ก็โทรศัพท์ถึงสื่อมวลชนแถลงข่าวด่วนทันที ไม่มีภารกิจติดขัดใดๆ ทั้งสิ้น
...นอกจากการตั้งรองอธิบดีกรมสรรพากรที่มีปัญหาติดขัดแล้ว เพราะคนที่ควรได้ทำท่าว่าจะไม่ได้ แต่คนไม่น่าจะได้ทำท่าจะได้แล้ว ล่าสุดกรมธนารักษ์ก็มีเด็กเส้นคั่วตำแหน่งรองอธิบดีแซงหน้าคนอื่นให้ได้แต่ยืนงง ทุกคนได้แต่ถอนใจ เพราะคนฝากนั้นตอนนี้เขาใหญ่จริงๆ เคยเป็นถึงอดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นคนแต่งตั้งประธานธนาคารออมสินคนใหม่ ที่สำคัญเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ไปหารือกันที่โรงแรมชื่อดัง ก่อนที่จะมีกรณี ว.5 ที่เป็นข่าวดังทุกวันนี้ซะล่วย
...ที่ประชุม ครม.สัญจรอุดรธานี มีมติเห็นชอบความตกลงของผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (AIF) วงเงินกองทุนจัดตั้ง 485.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.45 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงคลังจะลงขันในกองทุนนี้จิ๊บๆ แค่ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 450 ล้านบาท โดยไม่ต้องเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ กองทุนนี้ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน ก็ลงขัน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนมาเลเซียลงขัน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,500 ล้านบาท และอินโดนีเซียลงขัน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท







