
"เอสพีซีจี" เดินหน้าขายหุ้นสามัญ
"เอสพีซีจี"เดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ควบใบสำคัญแสดงสิทธิตามแผนในราคา 21 บาท
"เอสพีซีจี"เดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ควบใบสำคัญแสดงสิทธิตามแผนในราคา 21 บาท พร้อมมั่นใจในความแข็งแกร่งทางธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ ด้านแกนนำอันเดอไรท์ฯ ชี้ หุ้นดีโดดเด่น การันตีนักลงทุนไม่มีผิดหวัง
น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ผู้ประกอบธุรกิจลงทุน และพัฒนาโครงการ Solar Farm หรือโครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะเปิดจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน ควบใบสำคัญแสดงสิทธิ ระหว่างวันที่ 22 – 24 ก.พ.2555 ในราคา 21.00 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ ผู้จองซื้อจะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิฟรี ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญที่จองซื้อต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ ในวันที่ 1 มี.ค.2555 และใบสำคัญแสดงสิทธิจะเข้าซื้อขายในวันที่ 6 มี.ค. 2555
น.ส.วันดี กล่าวว่า SPCG คำนึงถึงผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ จึงได้มีการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ หากผู้ถือหุ้นคนใดสนใจจะได้รับสิทธิดังกล่าว สามารถซื้อหุ้นของ SPCG ในตลาดได้
อย่างไรก็ตาม ในวันสุดท้ายที่นักลงทุนจะได้รับสิทธิในใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวคือวันที่ 24 ก.พ.2555 โดยทางบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ควบใบสำคัญแสดงสิทธิของ SPCG ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) แล้าได้รับการตอบรับที่ดีมากจากนักลงทุนสถาบัน โดยในราคาเสนอขายที่ 21.00 บาท มีนักลงทุนสถาบัน แสดงเจตจำนงที่จะซื้อหุ้นของ SPCG มากกว่าถึง 2 เท่า
"เอสพีซีจี เป็นบริษัทฯที่มีการเติบโตสูง โดยโซล่า ฟาร์ม ของบริษัทฯสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้แล้วถึง 5 โครงการ และภายในไตรมาสแรกของปี 2555 นี้ คาดว่าจะสามารถเปิดได้อีก 4 โครงการ บริษัทฯจะทยอยก่อสร้างโครงการที่เหลือจนครบ 34 โครงการภายในปี 2556 โดยไฟฟ้าในบริษัทฯจะมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมกันทั้งสิ้นถึง 241.6 เมกะวัตต์ ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน"ผู้บริหารเอสพีซีจีกล่าว
นอกจากนี้ ทุกโครงการของบริษัทฯ ยังได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)ในอัตรา 8 บาทต่อหน่วย และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทในระยะยาวอีกด้วย
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญควบใบสำคัญแสดงสิทธิของ SPCG กล่าวว่า SPCG เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง โครงการโซล่า ฟาร์ม ทุกโครงการ สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน และมีอัตรากำไรขั้นต้น และกำไรสุทธิอยู่ในระดับที่สูงมาก และเมื่อทั้ง 34 โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทฯจะมีรายได้ และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน







