posttoday
โกลบอล สตีล ดัสท์ ลุ้นบีโอไอไฟเขียว ผุดโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็ก

โกลบอล สตีล ดัสท์ ลุ้นบีโอไอไฟเขียว ผุดโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็ก

21 กุมภาพันธ์ 2555

ฝุ่นเหล็ก หรือของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตเหล็กกล้าโดยใช้เตาหลอมไฟฟ้า

ฝุ่นเหล็ก หรือของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตเหล็กกล้าโดยใช้เตาหลอมไฟฟ้า

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ฝุ่นเหล็ก หรือของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตเหล็กกล้าโดยใช้เตาหลอมไฟฟ้า ซึ่งในประเทศไทยจัดเป็นกากของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ทำให้โรงงานผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องฝังกลบขยะอุตสาหกรรมชนิดนี้ไว้ใต้ดิน ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ยิ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลให้เรียบร้อย ก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ แต่ในฝุ่นเหล็กที่คนส่วนใหญ่เห็นเป็นของเสียนี้กลับเต็มไปด้วยแร่สังกะสีและโลหะเหล็กที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

รัสส์ โรบินสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล สตีล ดัสท์ กล่าวว่า บริษัท โกลบอล สตีล ดัสท์ จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีเป้าหมายที่จะก่อตั้งโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็กขึ้นในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็กแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน มูลค่าการลงทุน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะใช้เทคโนโลยีเวลซ์ คิล์น เป็นนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการรีไซเคิลฝุ่นเหล็กที่ดีที่สุด

โกลบอล สตีล ดัสท์ ลุ้นบีโอไอไฟเขียว ผุดโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็ก

ในกระบวนการจะสกัดสังกะสีออกจากฝุ่นเหล็กซึ่งจะได้สารซิงก์ ออกไซด์ เป็นสินค้า เพื่อนำไปขายให้กับผู้ผลิตสังกะสี นำไปแปรรูปเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ระดับพื้นฐานต่างๆ จึงถือเป็นอุตสาหกรรมรีไซเคิลช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกากของเสียอันตราย

ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงงานเหล็กที่ก่อให้เกิดฝุ่นเหล็กอยู่จำนวน 14 แห่ง มีปริมาณฝุ่นเหล็กรวม 8 หมื่น–1 แสนตันต่อปี ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตเหล็กของโรงงานว่ามีมากน้อยแค่ไหน ทางโรงงานรีไซเคิลจะรับฝุ่นเหล็กจากโรงงานทั้ง 14 แห่ง เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลทั้งหมด จะไม่มีการนำเข้าฝุ่นเหล็กจากต่างประเทศเข้ามาเป็นวัตถุดิบ เนื่องจากปริมาณในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว

จากปริมาณฝุ่นเหล็กดังกล่าวจะสามารถผลิตออกมาเป็นสารซิงก์ ออกไซด์ ได้ 4 หมื่นตันต่อปี บริษัทจะขายซิงก์ ออกไซด์ ให้กับโรงถลุงสังกะสีในไทยที่มีอยู่แห่งเดียว คือ บริษัท ผาแดง ทั้งหมด ในปริมาณดังกล่าวคิดเป็น 25% ของความต้องการใช้แร่สังกะสีในเมืองไทย ทำให้สามารถลดการนำเข้า ลดการทำเหมืองแร่สังกะสีไปได้อย่างน้อย 25%รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาการฝังกลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการฝังกลบไม่ได้ช่วยลดปริมาณสารอันตรายให้ลดลง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับโรงงานผลิตเหล็กกล้าที่ต้องมีภาระในการฝังกลบ

ด้านสถานที่ในการก่อตั้งโรงงาน ได้เลือกซื้อที่ดินที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง ทั้งหมด 58 ไร่ จ่ายค่ามัดจำที่ดินไปแล้ว30% โดยโรงงานจะมีกำลังการรีไซเคิลฝุ่นเหล็ก 1–1.1 แสนตันต่อปี มีกำลังการผลิตซิงก์ ออกไซด์ ปีละ 3.5–4 หมื่นตัน และสามารถขยายกำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเหล็กในเมืองไทย

เหตุผลที่มาเลือกตั้งโรงงานในประเทศไทย เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กในเมืองไทยมีความสำคัญ และมีปริมาณฝุ่นเหล็กจำนวนมากพอที่จะก่อให้เกิดความคุ้มทุนในการก่อสร้าง รวมทั้งไทยยังมีโรงงานรองรับผลิตภัณฑ์ซิงก์ ออกไซด์ เข้าไปทำต่อได้อีกซึ่งถือเป็นกระบวนการที่ครบถ้วน โดยปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่ทั่วไปในประเทศแถบนี้ เพราะบางประเทศมีปริมาณฝุ่นเหล็กมากพอ แต่ไม่มีโรงงานถลุงแร่สังกะสี ส่วนที่เลือกนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง เพราะสภาพแวดล้อมเหมาะสมในการสร้างโรงงาน อยู่ใกล้กับทั้งโรงงานผลิตเหล็กและโรงถลุงสังกะสี ทำให้สะดวกต่อการขนส่ง รวมทั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โรงงานยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง เนื่องจากโครงการยังไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยได้ยื่นเรื่องขอส่งเสริมการลงทุนต่อบีโอไอไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. 2554 ทำให้แผนการดำเนินงานล่าช้าออกไปค่อนข้างมาก จากเดิมที่วางแผนไว้จะเริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2554 จนปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ จึงหวังว่าการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) วันที่ 28 ก.พ. 2555 โครงการจะผ่านการอนุมัติ หากเป็นไปตามนี้จะเริ่มก่อสร้างทันที และในปลายไตรมาส 4 ของปี 2555 จะเริ่มเดินเครื่องได้ โดยจะเดินเครื่องเต็มที่ได้ในต้นปี 2556 โดยโครงการนี้ตามกฎระเบียบของกรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่ต้องผ่านการอนุมัติผลการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพราะเข้าข่ายโรงงานรีไซเคิล ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“เราค่อนข้างผิดหวังที่โครงการล่าช้ากว่าปกติ บีโอไอให้เหตุผลว่าต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาเทคโนโลยีก่อน ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีนี้ใช้อยู่ 90% ทั่วโลก ทำให้กว่าจะศึกษาเสร็จใช้เวลาหลายเดือน แต่เราก็ยังคงมีความหวังว่าโครงการจะผ่านการพิจารณา และจะเดินหน้าลงทุนในเมืองไทยต่อไป” โรบินสัน กล่าว

สำหรับแผนการลงทุนในอนาคต เมื่อโครงการในประเทศไทยเดินหน้าอย่างสมบูรณ์เต็มรูปแบบแล้ว ทางบริษัทมีแผนจะไปลงทุนสร้างโรงงานรีไซเคิลฝุ่นเหล็กในประเทศซาอุดี…อาระเบียและเกาหลีใต้ รวมถึงอาจจะขยายออกไปในอาเซียน ซึ่งจะเน้นการเข้าไปตั้งโรงงานในประเทศอื่นๆ เพราะฝุ่นเหล็กตามอนุสัญญาบาเซิลถูกจัดเป็นกากของเสียอันตราย ทำให้ไม่สามารถมีการซื้อขายระหว่างประเทศได้

โรบินสัน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จากปริมาณฝุ่นเหล็กที่เกิดขึ้นในโลกทั้งหมด 65% ของฝุ่นเหล็กทั่วโลกจะถูกทำการฝังกลบ บริษัทจึงยังเห็นช่องทางและโอกาสทางธุรกิจที่จะยังสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ และเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม นำของเสียอันตรายกลับมาใช้ใหม่  

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ