
ซีไอเอ็มบีไทยเล็งขยายเงินฝาก30%
ออกตราสารอนุพันธ์9พันล้านไว้รับมือรัฐเพิ่มค่าธรรมเนียม
ออกตราสารอนุพันธ์9พันล้านไว้รับมือรัฐเพิ่มค่าธรรมเนียม
“ซีไอเอ็มบี ไทย” เล็งหาช่องออกตราสารอนุพันธ์แฝงหวังระดมเงิน 9,000 ล้านบาทรับมือสารพัดต้นทุนเงินฝาก ตั้งเป้าขยายฐานเงินฝากปีนี้กว่า 30%
นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนจะออกตราสารที่มีอนุพันธ์การเงินแฝง (Structured Product) ที่อิงกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยนภายในช่วงไตรมาส 2 นี้ เพื่อระดมเงินประมาณ 9,000 ล้านบาท มารองรับการเติบโตทางธุรกิจของธนาคาร
การดำเนินการดังกล่าวก็เพราะในปีนี้การระดมเงินฝากจะได้รับผลกระทบทั้งจากการลดวงเงินคุ้มครอง การปรับเปลี่ยนเกณฑ์ตั๋วบี/อี และการเรียกเก็บนำส่งเพิ่มขึ้น 0.07% เพื่อนำไปใช้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
“เราเป็นแบงก์เล็กไปแข่งผลิตภัณฑ์ธรรมดากับแบงก์ใหญ่ยาก ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จึงถือเป็นจุดแข็งของเรา เพราะมีความเชี่ยวชาญจากกรุ๊ปในมาเลเซียและสิงคโปร์เข้ามาดูแลความเสี่ยงให้ เทรนด์การลงทุนขณะนี้ลูกค้าจะมองหาผลตอบแทนสูงสุด การที่เราเริ่มต้นก่อนก็จะได้เปรียบและเป็นการบริหารจัดการต้นทุนของธนาคารไปในตัว” นายสุธีร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แผนการนี้ยังติดปัญหาเรื่องความชัดเจนว่าตราสารที่มีอนุพันธ์แฝงนี้จะถูกนับรวมอยู่ในการเรียกเก็บเงินนำส่ง 0.47% ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากถูกเรียกเก็บด้วยธนาคารอาจเปลี่ยนแผนมาออกหุ้นกู้ระยะสั้นและยาวแทน เพราะรองรับลูกค้าที่ลงทุนในตั๋วบี/อีเดิมที่จะเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ทดแทน ซึ่งธนาคารสัดส่วนตั๋วบี/อีอยู่ประมาณ 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท หรือ 20-25% ของฐานเงินฝากรวม
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของเงินฝากสูงกว่า 30% จากฐานเงินฝาก 1.34 แสนล้านบาท โดยจะเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันจาก 25% เป็น 30% ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อรวมคาดว่าจะขยายตัวได้ 20-30% จากฐานสินเชื่อที่ 1.2 แสนล้านบาทในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้จากดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 35% อัตราการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 35% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ไม่น้อยกว่า 10% และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ไม่น้อยกว่า 1%
นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อในกลุ่มเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกัน เพื่อเพิ่มอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิให้เพิ่มขึ้นจาก 3.46% เป็น 3.5-3.8% และภายในปีนี้ธนาคารจะเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ เช่น การขายผ่านระบบออนไลน์หรือการเข้าไปทำพันธมิตรกับร้านสะดวกซื้อซึ่งกำลังอยู่ระหว่างพิจารณา







