
เพิ่มฟรีโฟลต หุ้นมีแต่ได้กับได้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยรายชื่อบริษัทจดทะเบียนทั้งใน ตลท. และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยรายชื่อบริษัทจดทะเบียนทั้งใน ตลท. และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
ในปี 2553 ที่มีปริมาณหุ้นหมุนเวียนอยู่ใน ตลท. (ฟรีโฟลต) เพิ่มขึ้นมากที่สุดและลดลงมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 แต่ยังไม่นับรวมสถิติฟรีโฟลตในปี 2554 เนื่องจากยังไม่มีการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นมากนัก
อย่างไรก็ตาม ปี 2555 หุ้นที่สามารถเพิ่มฟรีโฟลตมากขึ้นอย่างชัดเจนน่าจะเป็นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTOUCH) เพราะภายหลังจากผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ได้ขายหุ้นออกบางส่วนจำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็น 6.2% ของหุ้นทั้งหมดให้แก่นักลงทุนไทยและบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2555 นั้น เป็นผลทำให้การกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยเพิ่มขึ้นจาก 11.8% เป็น 20.35% ทำให้ INTOUCH มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 9,151 ราย ถือหุ้นรวมกัน 652,410,200 หุ้น จากข้อมูลปิดสมุดทะเบียนล่าสุด ณ วันที่ 26 ม.ค. 2555
ผลของการเพิ่มจำนวนฟรีโฟลตได้มากขึ้นส่งผลให้ INTOUCH ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทุกกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสถาบันทั้งในและต่างประเทศ และส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจากระดับ 40 บาท เพิ่มขึ้น 50 บาท โดยมีส่วนลดจากปัจจัยพื้นฐานน้อยลง และมีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่า การมีฟรีโฟลตและสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้น รวมถึงมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากขึ้น น่าจะทำให้หุ้น INTOUCH ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่การคำนวณดัชนีหุ้น 50 และ 100 รวมถึงยังมีโอกาสติดดัชนี MSCI ด้วย
ก่อนหน้านี้มีบริษัทหลายแห่งเลือกใช้วิธีเพิ่มฟรีโฟลตที่หลากหลายเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้น อาทิ บริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) ที่กลุ่มมาลีนนท์ผู้ถือหุ้นใหญ่ตกลงนำหุ้นออกมาขายจำนวน 111.26 ล้านหุ้น หรือ 5% ของทุนที่ชำระแล้ว โดยให้ บล.ภัทร ทำรายการขายหุ้นให้กับนักลงทุนรายบุคคลขนาดใหญ่ถึง 50 ราย
ทั้งนี้ เพื่อปรับโครงสร้างถือหุ้นภายในกลุ่มและเพิ่มสภาพคล่อง โดยมีเป้าหมายให้ฟรีโฟลตเพิ่มเป็นในระดับ 4849% ซึ่งเมื่อมีการปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 25 มี.ค. 2553 BEC มีฟรีโฟลต อยู่ที่ 48.74% ซึ่งเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 อยู่ที่ 3840%
ขณะที่บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ที่ใช้นโยบายในการปันผลเป็นหุ้นเพื่อเพิ่มสภาพคล่องปริมาณหุ้นหมุนเวียนของบริษัทให้มากกว่า 1 ล้านหุ้นต่อวัน จนปัจจุบันส่วนใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ในตัวเลขหลักสิบล้านหุ้นต่อวัน
ส่วนบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ยอมลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมาเพื่อเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจให้เข้ามาลงทุนในลักษณะเฉพาะเจาะจง (พีพี) อีกทั้งมีเป้าหมายให้ฟรีโฟลตแตะอยู่ในระดับ 30% จากปี 2552 อยู่ที่ 21% แต่เดือน มี.ค. 2553 มีการประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้นทำให้ฟรีโฟลตเพิ่มขึ้นเป็น 25%
การมีฟรีโฟลตเพิ่มขึ้นจะสนับสนุนให้ปริมาณการซื้อขายหุ้นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และมีผลพลอยได้จากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้น เพราะเมื่อใดหุ้นสามารถซื้อมาขายไปคล่องตัวขึ้น ก็จะจูงใจให้นักลงทุน โดยเฉพาะสถาบันทั้งในและต่างประเทศเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น







