
ผวาเงินเฟ้อพุ่งดันดบ.สูง
พลังงานขึ้นจนต้องใช้กรอบเดิมกิตติรัตน์สั่งเลื่อนของใหม่ไป2ปี
พลังงานขึ้นจนต้องใช้กรอบเดิมกิตติรัตน์สั่งเลื่อนของใหม่ไป2ปี
คลังออกอาการผวาเงินเฟ้อพุ่งขึ้นจากราคาน้ำมันจนดันให้ดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จนขณะนี้หน่วยงานเศรษฐกิจและรัฐบาลจะยังไม่มีการปรับข้อกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2555 ใหม่ โดยให้กรอบเดิมที่ใช้เงินเฟ้อพื้นฐานในระดับ 0.53.5% เป็นเป้าหมายในการบริหารเศรษฐกิจต่อไปก่อน เพราะกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติมาก เนื่องจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะใช้เงินเฟ้อทั่วไปที่รวมราคาพลังงานอยู่ด้วยในกรอบ 3% บวกลบ 1.5% ในการบริหารเศรษฐกิจนั้นจะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพลังงาน ทั้งการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพิ่ม และการเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลที่ลดลงจาก 5.31 บาทต่อลิตร มาอยู่ที่ 0.005% ต่อลิตร ให้กลับมาอยู่ในระดับเดิมมากที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อที่เป็นตัวสะท้อนดัชนีราคาสินค้าถีบตัวสูงขึ้นมาอย่างมาก
ดังนั้น ถ้าหากมีการใช้กรอบเงินเฟ้อใหม่ที่คิดจากเงินเฟ้อทั่วไป จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเป็นแรงกดดันให้ ธปท.จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ซึ่งจะทำให้กระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งๆ ที่การปรับขึ้นของราคาพลังงานเป็นเรื่องชั่วคราว ในช่วงของการปรับโครงสร้างพลังงานเท่านั้น
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ต้องการให้การเลื่อนการใช้กรอบเงินเฟ้อทั่วไปออกใช้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หลังการปรับโครงสร้างพลังงานของไทยเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน
นอกจากนี้ การกำหนดเป้ากรอบเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ระดับ 3% บวกลบ 1.5% ทำให้นักลงทุน นักเศรษฐกิจอาจมองได้ว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับสูงถึง 4.5% อาจจะไม่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและต้นทุนการลงทุน จึงจะต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ก่อนที่จะมีการนำกรอบเงินเฟ้อใหม่มาใช้
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือกับ ธปท. เพื่อกำหนดกรอบเงินเฟ้อในปี 2555 โดยให้ใช้กรอบเงินเฟ้อพื้นฐานเหมือนที่ผ่านมาก่อน ซึ่งจะมีการกำหนดอีกครั้งว่าจะอยู่ในกรอบเท่าไร
ขณะที่การทำกรอบงบประมาณปี 2556 กระทรวงการคลังและหน่วยงานเศรษฐกิจได้มีการสรุปตัวเลขการจัดเก็บรายได้อยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท โดยคิดจากฐานเก็บรายได้ปี 2555 ที่คาดว่าจะเก็บรายได้สุทธิได้ตามเป้า 1.98 ล้านล้านบาท และอยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจขยายตัวได้ 5% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 34%
ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่า ปีนี้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและจะเพิ่มแรงกดดันต่อดอกเบี้ยในช่วงท้ายปี







