
คอลเกตทุ่ม500ล.ย้ำผู้นำ
ส่งสูตรใหม่เจาะลูกค้าเสียวฟัน หวังอุดช่องว่างยาสีฟันทุกกลุ่ม
โพสต์ทูเดย์
— คอลเกตอัดงบ 500 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นผู้นำตลาด ดูแลช่องปากทุกกลุ่มสินค้า หลังเปิดตัวสูตรใหม่เจาะตลาดเสียวฟันนายริคคาร์โด ริซซี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลเกตปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทเตรียมใช้งบไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 2552 ที่ผ่านมา เพื่อรุกตลาดเชิงรุกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและยาสีฟันคอลเกตทุกกลุ่มสินค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อครองความเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากมูลค่า 6,000 ล้านบาท ในทุกกลุ่มสินค้า
สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นออกสูตรใหม่ในกลุ่มสินค้าเดิมที่ทำตลาดอยู่เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ทุ่มงบ 100 ล้านบาท เปิดตัวยาสีฟันคอลเกตสูตรใหม่
“คอลเกต เซนซิทีฟ โปรรีลีฟ” เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีอาการเสียวฟัน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังไม่มีสินค้าในกลุ่มดังกล่าวเข้าทำตลาดทั้งนี้ พบว่าภาพรวมตลาดยาสีฟันสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟัน มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาเติบโต 7.5% ซึ่งหลังจากทำตลาดสินค้าดังกล่าวแล้ว จะส่งผลให้บริษัทมีสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และผลักดันให้สิ้นปีมีส่วนแบ่งตลาดโดยรวมเพิ่มขึ้นอีก 0.5% จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 36.6%
นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มสินค้ายาสีฟันเพื่อคนเสียวฟันในอนาคตอันใกล้นี้และผลักดันให้มีอัตราเติบโตยอดขายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 4% ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกับในประเทศอื่นๆ อาทิ สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง บราซิล และสหราชอาณาจักร
ด้านแนวทางการทำตลาดในปีนี้ จะเน้นทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์และทำกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อสังคม หรือซีเอสอาร์ อาทิ การแจกสินค้าตัวอย่างให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้รวม 10 ล้านชิ้นทั่วประเทศเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์สินค้า และรองรับกำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับภาพรวมการแข่งขันของตลาดยาสีฟัน ในปีนี้คาดมีความรุนแรงขึ้น จากผู้ประกอบการในธุรกิจออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมตลาดยาสีฟันในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 4.6%จากมูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำตลาดในสินค้าทุกกลุ่ม ด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 36.6%







