posttoday
จี้รัฐแจงกม.ฟอกเงินด่วน

จี้รัฐแจงกม.ฟอกเงินด่วน

17 กุมภาพันธ์ 2555

ไทยส่อเสียหายถูกแบล็กลิสต์ภาคเอกชน5องค์กรออกโรงขู่

ไทยส่อเสียหายถูกแบล็กลิสต์ภาคเอกชน5องค์กรออกโรงขู่

เอกชนถกด่วน วอนนายกฯ สร้างความมั่นใจ กม.ฟอกเงินก่อการร้ายก่อนติดแบล็กลิสต์

นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ภาคเอกชน 5 หน่วยงานหลัก ซึ่งประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาธนาคารไทย, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อหารือร่วมกันถึงแนวโน้มและผลกระทบจากการที่ประเทศไทยอาจถูกปรับลดระดับให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวังมีความเสี่ยงในเรื่องการฟอกเงินและสนับสนุนการก่อการร้าย

ทั้งนี้ คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือ FATF กำลังมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่วันที่ 1317 ก.พ. และจะตัดสินว่าจะประกาศให้ไทยอยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ในวันที่ 20 ก.พ.นี้

นายสมพล กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าวันที่ 16 ก.พ. ภาคเอกชนจะเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งรัดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านฟอกเงินและการก่อการร้ายออกมาให้เร็วที่สุด และต้องการให้นายกฯ ออกมาแถลงหรือให้ความมั่นใจกับนานาชาติรวมทั้งคณะทำงาน FATF ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยจะเร่งรัดกฎหมาย 2 ฉบับออกมาให้เร็วที่สุด

“รัฐบาลต้องออกมาส่งสัญญาณว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยนายกฯ ต้องออกมาพูดก่อนบ่ายวันที่ 17 ก.พ.ตามเวลาในไทย ซึ่งเป็นช่วงเช้าวันที่ 17 ก.พ.ของปารีส

เพื่อให้ FATF มีความมั่นใจมากขึ้นอาจตัดสินคงให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะเดิม” นายสมพล กล่าว

นายสมพล กล่าวว่า หากประเทศไทยถูกปรับลดอันดับมาอยู่ในกลุ่มสีเทาดำนี้ จะมีผลกระทบทำให้การทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศยุ่งยากมากขึ้น เพราะต้องมีการพิสูจน์ที่มาที่ไปของเงิน ไม่สะดวกและมีต้นทุนการทำธุรกรรมสูงขึ้น และทำให้ประชาชนและสถาบันกาเงินที่ทำธุรกรรมการเงินมีความลำบากไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน ทำให้การแข่งขันระหว่างประเทศไม่ดี และภาพลักษณ์ของไทยเสียไปด้วย

นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2555) 5 สถาบันหลักภาคเอกชนไทย ซึ่งประกอบด้วยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมกับผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้มีการประชุมหารือเร่งด่วนเรื่อง “การดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน” ด้วยความกังวลว่า หากประเทศไทยถูกปรับลดระดับไปอยู่ใน The First Public Document กลุ่มย่อยที่ 2 จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศไทยจะถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง จึงต้องมีกระบวนการแสดงหรือกระบวนพิสูจน์ทราบในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีภาระต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นและข้อเสนอเพื่อคงระดับประเทศไทยให้อยู่ใน The Second Public Document ด้วยการ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ผลักดันการออกกฎหมาย 2 ฉบับ โดยให้ความสำคัญกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย อย่างเร่งด่วนที่สุด โดย 5 สถาบันภาคเอกชนจะตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าการออกกฎหมายดังกล่าว นายคเณศ กล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว