
แกว่งทางขึ้น...เงินทุนไหลเข้าหนุนทดสอบเป้าต่อไปที่ 1,140-1,150 จุด
หุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีช่วงปรับตัวลงแรงจากข่าวเรื่องระเบิดในกรุงเทพฯ 3 จุด
หุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาผันผวนแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีช่วงปรับตัวลงแรงจากข่าวเรื่องระเบิดในกรุงเทพฯ 3 จุด
ในวันอังคารที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามการปรับตัวลงของตลาดเป็นเพียงในช่วงสั้น ประเด็นเรื่องเงินทุนไหลเข้ายังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุดในช่วงนี้ โดยนักลงทุนต่างชาติไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวระเบิด กลับมามียอดซื้อในระดับที่เพิ่มขึ้นกว่า 3,100 ล้านบาท ส่งผลให้ในที่สุดตลาดกลับมาปรับตัวขึ้นแรงจากความคาดหวังเรื่องเงินทุนไหลเข้า
ในขณะที่ปัจจัยด้านยุโรป ประเด็นเรื่องกรีซยังคงเป็นสิ่งที่ตลาดจับตา หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมาสภากรีซสามารถผ่านแผนลดค่าใช้จ่ายในวงเงิน 3,300 ล้านยูโร ได้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการทำตามเงื่อนไข 1 ใน 3 ข้อที่ทาง EU/IMF ยื่นข้อเสนอให้กรีซดำเนินการ เพื่อขอรับเงินกู้รอบ 2 ภาพโดยรวมตลาดมีช่วงปรับตัวลง แต่สามารถปรับตัวขึ้นได้เร็วจากเงินทุนไหลเข้าและปัจจัยภายนอกที่มีการพัฒนาการของกรีซที่ดีขึ้น
ทิศในระยะสั้นคาดว่าตลาดยังเป็นการแกว่งตัวขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้า และคาดว่าในที่สุดแล้วประเด็นเรื่องกรีซจะสามารถหาข้อสรุปได้ โดยการที่กรีซจะยอมรับเงื่อนไขในการกู้เงินรอบ 2 ทั้งหมดแม้ว่าจะเป็นการยอมรับในช่วงเส้นตาย ในส่วนของประเด็นเรื่องเงินทุนไหลเข้า พบว่านักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่องในระดับพันล้านตั้งแต่บริเวณ 1,080 จุด ขึ้นมานับตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. โดยเป็นการซื้อสะสมประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ทำให้ต้นทุนโดยเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1,100 จุด ส่งผลให้ที่บริเวณดังกล่าวเป็นต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติในรอบนี้
ประเด็นที่สอง เรื่องกรีซในตอนนี้ตลาดรอเพียงการทำตามเงื่อนไขอีก 2 ข้อ คือ 1.รัฐบาลกรีซต้องชี้แจงว่าจะใช้วิธีการไหนในการลดค่าใช้จ่ายลงอีก 325 ล้านยูโร 2.ผู้นำพรรคการเมืองของกรีซจะต้องทำจดหมายว่าจะปฏิบัติตามมาตรการลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งทั้งสองข้อคาดว่าจะได้ข้อสรุปในที่สุด แม้ว่าเท่าที่ผ่านมานักการเมืองกรีซมักจะไม่ยอมตกลงกับทางเจ้าหนี้จนถึงเส้นตายในช่วงสุดท้าย โดยความคืบหน้าล่าสุดมีพัฒนาการที่ดีขึ้น อัลโตนิส ซามาราส ซึ่งเป็นตัวเก็งในการเป็นนายกฯ คนถัดไปของกรีซ ได้ยอมที่จะทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ EU/IMF แล้วทำให้เราประเมินว่า ในที่สุดผลการประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปในวันจันทร์ที่ 20 ก.พ. (ที่เลื่อนออกมาจากวันพุธที่ 15 ก.พ.) นี้มีโอกาสที่กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 มูลค่า 1.3 หมื่นล้านยูโร จากยอดหนี้ที่ครบกำหนด 1.45 หมื่นล้านยูโร ในวันที่ 20 มี.ค.
ทิศทางระยะกลางของตลาดยังคงได้รับปัจจัยบวกจากสภาพคล่อง โดยในสิ้นเดือนนี้วันที่ 29 ก.พ. ECB จะมีการทำโครงการ LTROs รอบ 2 ที่จะให้สถาบันการเงินทางฝั่งยุโรปสามารถระดมทุนได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำ คือ 1% ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ภาพโดยรวมการให้แหล่งเงินกู้ต่ำก็จะส่งผลทำให้มีโอกาสที่จะนำเงินดังกล่าวเพื่อไปใช้ในการลงทุนหรือเก็งกำไรที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพโดยรวมมีแนวโน้มที่เงินจะไหลเข้าสู่ตลาดเงินและตลาดทุนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ หากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐยังไม่ดีอย่างรวดเร็ว (ตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐที่ผ่านมาค่อนข้างดี อัตราการว่างงานลดลงจาก 8.5% ลงมาที่ 8.3% ในขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาสูง ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้เกือบ 1 แสนตำแหน่ง) การคาดการณ์ในการทำ QE3 ของตลาดในไตรมาส 3 ยังคงเกิดขึ้นได้ แต่จะเป็นการซื้อสินทรัพย์ที่ค้ำประกันด้วยอสังหาริมทรัพย์ ภาพโดยรวมสภาพคล่องยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ค้ำตลาดไว้ ส่งผลทำให้หากมีการปรับตัวลงจะมีการรีบาวด์เร็วตามมา
ส่วนทิศทางเทคนิคในระยะสั้น ตลาดมีแนวต้านหลักถัดไปอยู่ที่บริเวณ 1,140-1,150 จุด โดยคาดว่ายังเป็นลักษณะของการแกว่งตัวขึ้น จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ประเมินว่าหลังจากที่ตลาดเริ่มปรับตัวขึ้นมาที่บริเวณแนวต้านแล้ว การซื้อหุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด โดยเฉพาะในหุ้นขนาดกลางและเล็กจะให้เริ่มผลตอบแทนดีกว่าจากการที่นักลงทุนในประเทศทยอยขายหุ้นขนาดใหญ่และหันมาให้ความสนใจหุ้นที่ขึ้นช้าแทน







