
ธกส.ผนวกประกันพืชผลเข้ากองทุนภัยพิบัติ
ธ.ก.ส.อ้อนรัฐบาลรับประกันภัยพืชผลเข้ากองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ
ธ.ก.ส.อ้อนรัฐบาลรับประกันภัยพืชผลเข้ากองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ
เหตุประกันภัยคิดเบี้ยแพง 190 บาทต่อไร่ ทำเกษตรกรแบกภาระเพิ่ม
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.มีแนวคิดว่ารัฐบาลน่าจะให้กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เข้ามาดูแลการประกันภัยพืชผลให้กับเกษตรกร
“หากรัฐบาลนำโมเดลการจัดตั้งกองทุนประกันภัยพืชผลแบบที่ญี่ปุ่นทำ รัฐบาลจะรับภาระทั้งหมด 100% คิดเบี้ยประกันที่ 190 บาทต่อไร่ พื้นที่ปลูกข้าวมีทั้งหมด 60 ล้านไร่จะเป็นเงินประมาณ 1.14 หมื่นล้านบาท” นายลักษณ์ กล่าว
นายลักษณ์ กล่าวว่า ปี 2555 การประกันภัยพืชผล มีการปรับราคาเบี้ยประกันใหม่เป็น 190 บาทต่อไร่ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิม 130 บาทต่อไร่ซึ่งขาดทุน และบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวร์) ที่มีข้อจำกัดการรับประกันมากขึ้น แต่ได้เพิ่มวงเงินการชดเชยและคุ้มครองภัยศัตรูพืช จากเดิมที่คุ้มครองเฉพาะภัยแล้งกับน้ำท่วม และภายใต้ราคานี้จะคุ้มครองได้ประมาณ 6-10 ล้านไร่เท่านั้น
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.จะร่วมกันพิจารณาอีกครั้งกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัย เพื่อหาแนวทางที่จะลดเบี้ยประกันต่อไร่ให้ต่ำกว่า 190 บาท
สำหรับ การจ่ายเงินชดเชยประกันภัยพืชผล แบ่งเป็น 2 ขั้น เสียหาย 160 วันแรก ชดเชย 800 บาทต่อไร่ เพิ่มจากปีก่อนที่จ่ายเงินชดเชย 606 บาทต่อไร่ และหลังจากวันที่ 60 จนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตจะจ่ายเงินชดเชย 1,500 บาทต่อไร่ เพิ่มจากปีก่อนที่จ่ายเงินชดเชย 1,400 บาทต่อไร่ โดยปีการผลิตที่ผ่านมาคาดว่าจะจ่ายชดเชยทั้งหมด 300 ล้านบาท ซึ่งได้จ่ายไปแล้ว 40 ล้านบาท
นายลักษณ์ กล่าวว่า ธ.ก.ส.ได้ให้บริษัทไทยประกันชีวิต เข้ามารับประกันสินเชื่อลูกค้าชั้นดีที่มีจำนวน 2.6 ล้านราย คิดเป็นเบี้ยประกันทั้งสิ้น 991.88 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส.ออกค่าเบี้ยประกันให้กับลูกค้าทั้งหมด คุ้มครองหนี้ 3 หมื่นบาท1 แสนบาท หากลูกค้าเสียชีวิตบริษัทไทยประกันชีวิตจะเป็นผู้ชำระหนี้ให้ลูกค้า ถ้ามีเงินเหลือหลังหักชำระหนี้แล้วจะมอบให้กับทายาทต่อไป







