
เปิดลงทะเบียนที่แก้มลิงแลกค่าเช่า
หยุดทำนา3เดือนก.ย.พ.ย.รับชดเชย500-700บ.ต่อไร่
หยุดทำนา3เดือนก.ย.พ.ย.รับชดเชย500-700บ.ต่อไร่
คลอดเกณฑ์เยียวยาเกษตรกรในพื้นที่แก้มลิง ห้ามปลูกข้าว 3 เดือน แลกค่าเช่า 500-700 บาทต่อไร่
นายฉลอง เทพวิทักษ์กิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานกำหนดค่าชดเชยให้เกษตรกรผู้เสียโอกาสในพื้นที่แก้มลิง เปิดเผยว่า คณะทำงานด้านกำหนดเกณฑ์ชดเชยให้กับเกษตรกรในพื้นที่แก้มลิง กำหนดเกณฑ์ในการช่วยเหลือ ประกอบด้วย 1.ประกาศให้เขตแก้มลิงตามประกาศของรัฐเป็นพื้นที่ห้ามปลูกในระหว่างเดือน ก.ย.พ.ย. ทั้งนี้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนคาดว่ารัฐจะจ่ายค่าเช่าพื้นที่รับน้ำ 500-700 บาทต่อไร่ต่อรอบการทำนา 2.ได้เงินชดเชยรายได้ที่หายไป เช่น หากปลูกข้าวมีผลผลิตจำนำรัฐ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน จะใช้รายได้หักต้นทุนที่เหลือ คือ รัฐชดเชยส่วนต่างของรายได้ที่หายไป คิดจากผลผลิตต่อไร่ ตามค่าเฉลี่ยของจังหวัดนั้นๆ
3.ส่งเสริมปลูกข้าวนาปรัง 2 รอบ คือ เดือน พ.ย.มี.ค. และเดือน เม.ย. เก็บเกี่ยวก่อนเดือน ส.ค. ระหว่างปลูกข้าวหากเสียหายรัฐจะชดเชยรายได้ที่หายไปตามข้อ 2 เช่นกัน 4.กรณีเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ห้ามปลูก แต่ไม่ให้ความร่วมมือและไม่ขึ้นทะเบียนจะได้รับการช่วยเหลือตามเกณฑ์ปกติของรัฐ 604 บาทต่อไร่ หรือกรณีภัยพิบัติเป็นกรณีพิเศษ 2,222 บาทต่อไร่
สำหรับเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องเสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) พิจารณา
นายเจษฎา แก้วกัลยา ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานกำหนดพื้นที่แก้มลิงในระยะเร่งด่วน กล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลการกำหนดพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิงเพื่อบรรเทาอุทกภัยในระยะเร่งด่วนจะให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 27 ก.พ. เพื่อจะได้เสนอให้ กยน.พิจารณา
ขณะที่หลักเกณฑ์การกำหนดพื้นที่แก้มลิงต้องเป็นพื้นที่มีขอบเขตชัด มีคันกั้นน้ำ และมีประตูระบายน้ำ เพื่อกำหนดปริมาณน้ำและระยะเวลาที่จะกักน้ำ อาจใช้ไม่ถึง 2 ล้านไร่ เพราะบางพื้นที่ไม่มีศักยภาพ
สำหรับเกณฑ์จ่ายเงินประชาชนพื้นที่แก้มลิง แบ่งเป็น การชดเชย ช่วยเหลือ และเยียวยา ซึ่งเงื่อนไขและจำนวนเงินจะต่างกัน เช่น การชดเชย หมายถึงเมื่อรัฐเอาน้ำมาฝากเกษตรกร ไม่สามารถทำงานได้ก็ต้องชดเชยค่าเสียโอกาส ขณะที่การช่วยเหลือ เช่น กรณีเกษตรกรเพาะปลูกไม่ได้ในช่วงรับน้ำ จะหาอาชีพเสริมให้ และการเยียวยา คือ ช่วยเหลือในส่วนที่ประชาชนได้รับความเสียหาย ทั้งหมดต้องเสร็จก่อนเดือน มี.ค.







