
เรียกประชุมแท็บเล็ตวันนี้
ศึกษาฯกับไอซีทีชิงได้จัดซื้อโต้ยังไม่เลือกเครื่อง‘หัวเว่ย’
ศึกษาฯกับไอซีทีชิงได้จัดซื้อโต้ยังไม่เลือกเครื่อง‘หัวเว่ย’
ไอซีทีพร้อมประชุมคณะกรรมการประมูลแท็บเล็ตนัดแรก 14 ก.พ. สรุปสเปกแท็บเล็ต หวังทันเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า คณะกรรมการชุดใหม่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ดำเนินการเรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ต ที่มี นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน แทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะประชุมนัดแรกในช่วงบ่ายวันที่ 14 ก.พ. 2555 และจะนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. อีกครั้งในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ ในส่วนของไอซีทีได้มอบหมายให้นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงไอซีที เป็นผู้ดำเนินการร่วม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายว่า นอกจากกำหนดสเปกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงแอพพลิเคชันหรือโปรแกรม ที่จะลงเครื่องด้วย เพราะเป็นการเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนโดยตรง เช่น ครูยืนอยู่หน้าห้องแล้วบอกให้เด็กเปิดหนังสือบนแท็บเล็ตหน้าอะไรก็ต้องเปิดหน้านั้นได้ เป็นต้น ที่สำคัญ คือ ตัวเครื่องต้องมีระบบบริหารจัดการส่วนกลาง
“ยอมรับว่า ที่ผ่านมายังไม่เห็นการแถลงข่าวสเปกอย่างเป็นทางการของโครงการดังกล่าว ซึ่งหากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ได้รับการคัดเลือก ก็ต้องใช้วิธีทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนหรือ จีทูจี อย่างเป็นทางการ” รมว.ไอซีที กล่าว
สำหรับสเปกของแท็บเล็ตเดิมที่กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการไว้คือ จอภาพสัมผัส โดยติดตั้งระบบความปลอดภัย (OS Security Level) ขนาดจอแสดงผลขั้นต่ำ 7 นิ้ว ความละเอียดจอภาพขั้นต่ำ 1024x768 พิกเซล จอภาพทนรอยขีดข่วนและติดฟิล์มกันรอยที่หน้าจอและหลังตัวเครื่อง หน่วยบันทึกข้อมูล หรือสตอเรจ 16 กิกะไบต์ หน่วยประมวลผลกลาง หรือซีพียู แบบดูอัล คอร์ กว่า 1 กิกะเฮิรตซ์ และหน่วยความจำหลัก หรือแรม ไม่น้อยกว่า 512 เมกะไบต์ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.2 (Honeycomb ) Linux Kernel 2.6.36 ขึ้นไป และรองรับแอนดรอยด์ 4.0 (Ice Cream Sandwich) Linux Kernel 3.0.1 ได้
นอกจากนี้ ยังมีระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอก เช่น สายสัญญาณ ดาตา ซิงค์ (Data Sync) มีช่องเสียบชุดหูฟังพร้อมไมโครโฟน ต้องได้รับรองมาตรฐานหลายอุปกรณ์จาก มอก. ช่องสำหรับใส่สื่อบันทึกไมโคร เอสดี การ์ด มีลำโพง อุปกรณ์การเชื่อมต่อแบบยูเอสบี ระบบเชื่อมต่อไวร์เลสโดยใช้คลื่นความถี่ 2.4 กิกะเฮิร์ตซ ระบบเซ็นเซอร์สำหรับปรับแสงสว่าง จีพีเอสชนิดติดตั้งภายในตัวเครื่อง
สำหรับมาตรฐานของเครื่องแท็บเล็ตนั้น ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการแผ่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มอก.1956-2548 มาตรฐานความปลอดภัย มอก.1561-2548 มาตรฐานเพื่อสิ่งแวดล้อม RoHs และต้องผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับใช้งานกับไฟฟ้ากระแสสลับได้ในช่วงตั้งแต่ 190 ถึง 240 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิร์ท 1 เฟส พร้อมระบบสายดินตามมาตรฐานของประเทศไทย
รวมทั้ง โรงงานประกอบ ผลิต และหรือสายการผลิต ต้องได้รับมาตรฐานในอนุกรม มอก.9001 หรือ ISO 9001 อีกทั้งผู้ขายต้องจัดทำ Storage Partition ทำการ Reload ซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชั่นซอฟท์แวร์ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียนขึ้นใหม่ พร้อมกับยกเลิกคณะกรรมการชุดเดิมที่ตั้งเมื่อ 19 ธ.ค. 2554 คณะกรรมการชุดใหม่ มี 18 คน โดยมี รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน กรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสาระสนเทศ (ไอซีที) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นรองประธานฯ
พร้อมกันนี้ ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นกรรมการเพิ่มเติม โดยมีนายโอฬาร ไชยประวัติ เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการฯ ชุดใหม่นี้
ในที่ประชุมครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้นโยบายนี้เป็นนโยบายเร่งด่วน เพื่อให้เป็นไปตามที่มีการนโยบายที่มีการหาเสียงไว้ พร้อมกับตั้งเป้าจะต้องให้กระบวนการจัดซื้อและหาซอฟท์แวร์แล้วเสร็จก่อนการเปิดเรียนปีการศึกษา 2555 ในเดือนพ.ค.นี้
สำหรับคณะกรรมการชุดใหม่นี้ จะมีหน้าที่เร่งจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้แก่โรงเรียน ควบคู่กับการเร่งพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต รวมทั้งจัดทำระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายให้บริการในสถานศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย
นอกจากนี้ ยังมีอำนาจในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติให้กับนโยบายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน วางกรอบความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับทั้งราชการและเอกชน เพื่อกำกับและติดตามผลการดำเนินงาน
แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม. ระบุว่า การจัดซื้อแท็บเล็ตอาจให้ไอซีทีจัดซื้อ เพราะไอซีทีอาจมีความเหมาะสมกว่า







