
ธปท.รับนโยบายดอกเบี้ยเหลว
ส่งผลแค่พันธบัตร-ตลาดเงินเท่านั้น/ลั่นกนง.ต้องทำให้เดินทิศทางเดียวกัน
ส่งผลแค่พันธบัตร-ตลาดเงินเท่านั้น/ลั่นกนง.ต้องทำให้เดินทิศทางเดียวกัน
ธปท.ก้มหน้ายอมรับนโยบายดอกเบี้ยส่งผลต่อตลาดเงินน้อยลง แต่ยังมีฤทธิ์ต่อตลาดเงิน-ตลาดพันธบัตร ยันไม่พบการกู้เงินในตลาดอาร์พีไปปล่อยกู้
นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายการเงินในขณะ นี้ไม่ใช่ว่าไม่มีผลต่อตลาด การกู้และฝาก เพราะผลของดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงมีผลต่อตลาดพันธบัตรแล้ว ส่วนผลต่อตลาดการเงินนั้นยอมรับว่า ยังไม่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องปัญหาของการดำเนินนโยบายการเงินที่จะมีผลต่อตลาดน้อยลง จากปัญหาการแข่งขันที่เหลื่อมล้ำกันระหว่างธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐนั้น ธปท.ได้มีการหารือกับกระทรวงการคลังไปแล้ว
“เรื่องนี้เราเคยไปหารือกับคลังแล้ว ว่าผลของนโยบายการเงินอาจจะทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงเร็วตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายจะทำได้อยากขึ้น” นางสุชาดา กล่าว
นางสุชาดา กล่าวว่า เท่าที่ติด ตามดูถึงดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง แต่ก็ยังไม่เห็นว่ามีใครหรือธนาคารพาณิชย์ใดจะกู้เงินดอกเบี้ยต่ำในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะสั้น (อาร์พี) ระยะ 1 วัน แล้วนำเงินไปปล่อยสินเชื่อ เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย เนื่องจากต้นทุนเงินฝากส่วนใหญ่ยังต่ำกว่าดอกเบี้ยอาร์พีซึ่งอยู่ที่ 3%
นางสุชาดา กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณสภาพคล่องในตลาดยังมีอยู่มาก แม้จะตึงตัวขึ้นบ้าง แต่สภาพคล่องยังสูงอยู่ ทำให้การดูแลสภาพคล่องในขณะนี้ ธปท.ยังต้องดูดซับสภาพคล่องในตลาดอย่างต่อเนื่อง หรือพูดง่ายๆ ว่ายังต้องกู้เงินในตลาดออกเพื่อดูแลสภาพคล่องให้เหมาะสม โดยได้ดูดออกมาเป็นหลักล้านล้านบาทแล้ว สะท้อนได้จากยอดคงค้างที่ยังสูงมากถึง 4 ล้านล้านบาท ซึ่งแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ได้มากู้เงินจาก ธปท. ตรงกันข้าง ธปท.กลับต้องดูดเงินออกจากระบบ
ขณะที่ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า การที่นโยบายการเงินหรือดอกเบี้ยนโยบายลดลง แต่อัตราดอกเบี้ยในตลาดไม่ปรับลดลงตามนั้น ถือเป็นปัญหาโครงสร้างของระบบ ที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่ในชั้นนี้ยังพูดลงในรายละเอียดไม่ได้ แต่มีความชัดเจนแล้วว่า ปัญหานี้ทุกฝ่ายตระหนักร่วมกันว่า เป็นปัญหาในระยะยาวที่ต้องช่วยกันดูแล ซึ่งในการดำเนินนโยบายการเงินต้องติดตามใกล้ชิดว่าจะส่งผลอย่างไรบ้าง ซึ่งเท่าที่ดูธนาคารพาณิชย์ก็มีปรับลดลงบ้างแล้ว
“ปัญหานี้ทุกคนตระหนักว่าต้องช่วยกันแก้ไข และเชื่อว่าในที่สุด กนง.ต้องเป็นองค์กรที่จะต้องควบคุมทิศทางนโยบายให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องต้องการให้ได้ เพราะเราทำหน้าที่ควบคุมปริมาณเงิน และกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นในตลาดการเงินหรือตลาดอาร์พี จึงน่าจะทำให้นโยบายการเงินที่ส่งออกไปผ่านดอกเบี้ยมีผลต่อดอกเบี้ยในตลาดให้ปรับลดในทิศทางที่สอดคล้องกันได้ แต่ต้องอาศัยเวลาบ้าง” นายไพบูลย์ กล่าว







