
จำปียิ้มพนักงานยอมลดโอทีปีละ414ล.
บินไทย เคาะลดค่าโอที ปิยสวัสดิ์ชี้ประหยัดได้ปีละ 414 ล้าน หวังปี 2555 มองเห็นกำไร
บินไทย เคาะลดค่าโอที ปิยสวัสดิ์ชี้ประหยัดได้ปีละ 414 ล้าน หวังปี 2555 มองเห็นกำไร
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย เปิดเผยถึงมาตรการลดค่าใช้จ่ายเงินล่วงเวลาของการบินไทย ซึ่งทำให้พนักงานบางส่วนไม่พอใจว่า ขณะนี้การบินไทยและพนักงานได้ทำความเข้าใจร่วมกัน และมีข้อตกลงล่าสุดที่จะลดเงินล่วงเวลารวมทุกส่วน 17% จากเงินล่วงเวลาทั้งหมดที่ปีละ 2,000 ล้านบาท คิดเป็นเงิน 414 ล้านบาท โดยใช้ระบบการบริหารจัดการเข้ามาจัดระบบ เพื่อให้ปริมาณงานได้เท่าเดิมและไม่มีผลกระทบต่อเที่ยวบินล่าช้า
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายของสำนักงานต่างประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าการปรับลดค่าใช้จ่ายต่างๆ จะทำให้ผลการดำเนินงานปี 2555 มีกำไร
นอกจากนี้ บริษัทได้มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการบินโดยล่าสุดได้เช่าเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ระยะเวลา 12 ปี จำนวน 8 ลำ โดยจะรับมอบ 4 ลำแรก ปี 2557 ปี 2558 อีก 2 ลำ และปี 2560 อีก 2 ลำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะใช้ในเส้นทางบินใด โดยเครื่องบินรุ่นดังกล่าวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ดี เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่ลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ 20% ส่งผลให้ลดต้นทุนประมาณ 8% ซึ่งถือว่า สูงมาก เมื่อเทียบกับกำไรต่อหน่วยของธุรกิจการบินที่อยู่ในระดับต่ำ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ลงได้ 20%
นายแดเนียล มูนีย์ รองประธานฝ่ายพัฒนาโครงการ 787-8 โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลน กล่าวว่า จุดเด่นของโบอิ้ง 787 มีหลายด้าน เช่น ให้ความสะดวกสบายกับผู้โดยสาร เพราะมีห้องโดยสารกว้าง ความชื้นในห้องโดยสารสูงกว่าห้องโดยสารของเครื่องบินพาณิชย์อื่นๆ ทำให้ผู้โดยสารสบายผ่อนคลายในการเดินทาง รวมทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์ บอนไดออกไซด์ ลดเสียงรบกวนจากเครื่องบินในขณะทำการบินขึ้นลงและการบินระยะทางไกล โดยไม่ขึ้นลงปล่อย ยังช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดเสียงรบกวนต่อชุมชน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อโบอิ้ง 787 จำนวน 821 ลำ คิดเป็นมูลค่ารวม 167 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องบินโบอิ้ง 7879 คาดจะเปิดบินลำแรกได้ในช่วงครึ่งปีแรก 2557 มั่นใจว่าโบอิ้งจะสามารถผลิตเครื่องบินได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ไม่ล่าช้า







