posttoday
กำไร2.5แสนล.

กำไร2.5แสนล.

10 กุมภาพันธ์ 2555

ผิดชำระหนี้สูงจนต้องเกาะติด ธปท.ยกนิ้วฐานะแข็งสินเชื่อพุ่ง

ผิดชำระหนี้สูงจนต้องเกาะติด ธปท.ยกนิ้วฐานะแข็งสินเชื่อพุ่ง

ธปท.เผยปีที่แล้วระบบธนาคารมีกำไรร่วม 2.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2 หมื่นล้านบาท แต่คุณภาพสินเชื่อแย่ลง เพราะเริ่มผิดชำระหนี้มากขึ้นจนต้องจับตาใกล้ชิด

น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมาระบบธนาคารพาณิชย์มีผลกำไรจากการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 2.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2 หมื่นล้าน จากปี 2553 ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 2.13 แสนล้านบาท

ขณะที่ทั้งระบบมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.44 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1 หมื่นล้านบาท จากปี 2553 ที่มีกำไรสุทธิแค่ 1.23 แสนล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อเป็นสำคัญ

กำไร2.5แสนล.

น.ส.นวพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในปีนี้จำเป็นต้องจับตาด้านคุณภาพหนี้มากขึ้น เพราะถึงสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะลดลง แต่หนี้ค้างชำระ 1-2 เดือน แต่ยังค้างไม่ถึง 3 เดือนเริ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% จากปี 2553 ที่ 2.6% ซึ่งต้องจับตามองเป็นพิเศษว่า ปัญหาคุณภาพหนี้เหล่านี้จะเป็นภาวะชั่วคราวหรือจะมีปัญหามากขึ้น

ในเบื้องต้นคาดว่าถ้าเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ไม่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำและไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกมากนัก ปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะปรับดีขึ้น เพราะโดยรวมสินเชื่อเหล่านี้กระทบฐานะธนาคารไม่มาก เนื่องจากธนาคารมีการกันสำรองหนี้เสียไว้สูงถึง 15.1%

ผู้บริหาร ธปท. ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาสินเชื่อขยายตัวได้ดี สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 14.9% จากปี 2553 ขายตัว 11.3% แบ่งเป็น สินเชื่อธุรกิจขยายตัว 14.8% จาก 9% สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัว 15.4% ชะลอลงจาก 17.7% และสินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัว 14.4% จาก 7.2%

ด้านคุณภาพสินเชื่อหรือปัญหาหนี้เสียลดลง แม้ลูกหนี้และภาคธุรกิจจะประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา โดยยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ก่อนหักสำรองหนี้เสียลดลงเหลือ 3% ของสินเชื่อรวม จาก 4% ของสินเชื่อรวมในปี 2553 ขณะที่เอ็นพีแอลสุทธิหลังหักสำรองลดลงเหลือ 1.3% ของสินเชื่อรวม จาก 1.9%

“แนวโน้มธุรกิจธนาคารยังแข่งขันได้ ยังมีโอกาสสร้างผลประกอบการที่ดีในปี 2555 ได้ แม้จะต้องเก็บเงินนำส่งเพิ่มขึ้นจาก 0.4% ของฐานเงินฝากไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ก็น่าจะยังแข่งขันกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐได้ เพราะที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์แข่งขันภายใต้กติกาหรือบรรทัดฐานที่ต่างกันอยู่แล้ว แม้เราจะให้แข่งในบรรทัดฐานเดียวกันก็ตาม แต่ธนาคารพาณิชย์ก็ยังแข่งขันได้ สร้างผลกำไรได้ เพราะมีกลยุทธ์ที่ต่างกัน เพียงแต่จะเหนื่อยมากขึ้น” น.ส.นวพร กล่าว

น.ส.นวพร กล่าวด้วยว่า สำหรับสินเชื่อโดยรวมขยายตัวได้ดีกว่าเงินฝาก ทำให้สภาพคล่องในระบบตึงตัวขึ้นบ้างแต่ยังไม่สร้างปัญหา แต่ต้องดูการขยายตัวของสินเชื่อในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ถ้าสินเชื่อขยายได้ดีก็อาจจะตึงตัวขึ้น แต่เท่าที่ดูทุกธนาคารให้ความสำคัญกับการระดมเงินฝากค่อนข้างมาก จึงไม่น่าจะมีปัญหา

ทั้งนี้ ธปท.ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจในปี 2555 จาก 4.8% เป็น 4.9% และคาดว่าจะเติบโตเป็น 5.6% ในปี 2556 ขณะที่ภาคธุรกิจชี้แนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตปรับตัวลดลง โดย ธปท.สำรวจ ณ เดือน ธ.ค. เอกชนคาดว่าเงินเฟ้อใน 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่ 3.6% ลดลงต่อเนื่องจาก 3.8% และ 3.7% ในเดือน ต.ค.และ พ.ย. 2554 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจะลดลงที่เอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ถ้อยแถลงของ ธปท.ก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่มีการลดดอกเบี้ยลงไปต่ำกว่าปัจจุบันที่ 3%

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69