
สหพันธ์ขนส่งฯจี้รัฐเร่งเคลียร์ปัญหาเอ็นจีวี
สหพันธ์ขนส่งฯกระทุ้งรัฐเคลียร์ปัญหาเอ็นจีวี3เรื่องให้ได้ภายใน4เดือนแลกปรับขึ้น 2บาท/ก.ก.
สหพันธ์ขนส่งฯกระทุ้งรัฐเคลียร์ปัญหาเอ็นจีวี3เรื่องให้ได้ภายใน4เดือนแลกปรับขึ้น 2บาท/ก.ก.
นายทองอยู่ คงขันธ์ ที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รมว.พลังงาน ว่า ต้องการให้กระทรวงพลังงานเข้ามาแก้ปัญหาเอ็นจีใน3เรื่องหลักให้เสร็จภายใน 4 เดือน คือ1.ปริมาณเอ็นจีวีที่ไม่เพียงพอกับความต้องการในปั๊ม 2.ความแตกต่างของต้นทุนราคาเอ็นจีวี และ3.ผลกระทบต่อประชาชนที่จะเกิดจากค่าโดยสารหากปรับตามราคาเอ็นจีวี
นอกจากนี้ในการศึกษาโครงสร้างราคาเอ็นจีวี ควรมีข้อมูลจากหลายๆด้าน แม้ทางกระทรวงจะให้สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเข้ามาศึกษาแล้วก็ตาม โดยเสนอให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ)เข้ามาร่วมวิเคราะห์โครงสร้างราคาด้วยจะทำให้มีข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น
ทั้งนี้ตามมติเดิมเอ็นจีวีจะต้องปรับขึ้น 6 บาท/ก.ก.หรือเดือนละ 50 สต./ก.ก. ภายในปี2555 ซึ่งภายใน4เดือนแรก่ของปีสามารถปรับขึ้นได้รวม 2 บาท/ก.ก. แต่ภาครัฐต้องแก้เอ็นจีวีตามที่เสนอมาให้เสร็จ โดยกรณีปัญหาขาดแคลนเอ็นจีวีต้องการให้ปตท.ขยายปั๊มและเปิดจำหน่ายเอ็นจีวี24ชม.หรือเพิ่มเที่ยวขนส่งเอ็นจีวีมากกว่านี้ เพราะความต้องการเอ็นจีวีมีอยู่วันละ 8,000ตันแต่ปตท.จัดสรรให้ได้เพียง 6,000 ตัน/วันเท่านั้น
ทางด้านต้นทุนราคาเอ็นจีวีจะต้องชี้แจงประเด็นความแตกต่างของต้นทุนราคา โดยราคาซื้อขายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภาคอุตสหากรรมหรือปิโตรเคมี และภาคขนส่ง ไม่เท่ากัน ทั้งๆที่แหล่งก๊าซฯมาจากที่เดียวกัน ขณะเดียวกันหากต้องปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีจะดูแลผลกระทบค่าโดยสารและต้นทุนสินค้าที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนอย่างไร
“ช่วง 4 เดือนนี้รัฐต้องแก้ปัญหาให้จบเพราะภาคขนส่งยอมให้ปรับราคา 2 บาท/ก.ก.แต่ถ้าหลังจากนี้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การปรับราคาในเดือนที่5ก็ต้องชะลอปรับราคาออกไปก่อน ”นายทองอยู่ กล่าว
นายทองอยู่ กล่าวว่า การหารือวันนี้รมว.พลังงานก็รับฟังปัญหาทุกด้าน และพร้อมจะนำไปแก้ไข โดยได้ฝากให้รัฐบาลพิจารณายืดระยะเวลาการลดภาษีสรรพสามิต 5.30 บาท/ลิตรออกไปจากเดิมก่อนเพราะแนวโน้มราคาดีเซลยังอยู่ในระดับที่สูงมากกว่าลิตรละ 30 บาท
สำหรับการตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนการปรับราคาเอ็นจีวีในกลุ่มขนส่ง นั้นขณะนี้ยังไม่ได้มีการประชุมนัดแรก เนื่องจากเสนอให้มีการเปลี่ยนตำแหน่งประธานคณะทำงานจากนายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นท่านอื่น เพราะเห็นว่านายณอคุณ เป็นประธานคณะกรรมการปตท.อาจทำให้ถูกมองว่าไม่เป็นกลาง ซึ่งขึ้นอยู่กับรมว.พลังงานจะตัดสินใจเลือก







