posttoday
เซ็นทรัลโมเดล ลดเสี่ยงปี'55 หวังโต35%จากลงทุน3หมื่นล้าน

เซ็นทรัลโมเดล ลดเสี่ยงปี'55 หวังโต35%จากลงทุน3หมื่นล้าน

09 กุมภาพันธ์ 2555

จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2555 ที่ยังไม่น่าไว้วางใจว่าจะเติบโตสูงได้เต็มปากนัก

จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2555 ที่ยังไม่น่าไว้วางใจว่าจะเติบโตสูงได้เต็มปากนัก

โดยเฉพาะวิกฤตการเงินประเทศกรีซ เศรษฐกิจสหรัฐเพิ่งเริ่มผ่อนคลาย ล้วนเป็นปัจจัยกระทบไทยให้ลุ้นว่าจะโตได้ 4-5% หรือไม่

แนวโน้มดังกล่าว เป็นแฟกเตอร์สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล (ซีจี) ภายใต้การบริหารของตระกูล “จิราธิวัฒน์” ที่ขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลักทั้งในและต่างประเทศ คือ 1.บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) 2.บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) 3.บริษัท เซ็นทารา โฮเทลแอนด์รีสอร์ท (ซีเอชอาร์) 4.บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (ซีอาร์จี) และ 5.บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี)

ทั้งนี้ ปี 2554 ที่ผ่านมา กลุ่มซีจีมียอดขายรวมกว่า 139,600 ล้านบาท เติบโตกว่า 17% แม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงวิกฤตมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ต้องปิดบริการชั่วคราวศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลหลายแห่ง และการปิดปรับปรุงห้างสรรพสินค้าเซน ส่งผลให้ในปีก่อนกลุ่มเซ็นทรัล โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกมียอดขายหายไปเกือบ 7,000-8,000 ล้านบาท รวมถึงกำไรที่หายไปเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงความเสียหายทางทรัพย์สินหลักหลายร้อยล้านบาท

ดังนั้น แผนธุรกิจในปีนี้ของ “ซีจี” สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัลวางไว้ว่าจะเป็นปีแห่งความท้าทายทางธุรกิจ ภายใต้ปัจจัยกระทบด้านต่างๆ เพื่อผลักดันให้กลุ่มซีจีมียอดขายรวมแตะอยู่ที่ 1.88 แสนล้านบาท ภายใต้เป้าการเติบโต 35% ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบหลายปี พร้อมเตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 2 หมื่นล้านบาท บริษัทลงทุนเอง และ 1 หมื่นล้านบาท มาจากสถาบันการเงิน

สุทธิธรรม กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เชื่อว่ากำลังซื้อส่วนใหญ่จะพุ่งการจับจ่ายไปยังด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ซึ่งกลุ่มซีจีจะดำเนินยุทธศาสตร์ทางธุรกิจที่สอดคล้องกัน พร้อมส่งเสริมการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเตรียมพร้อมเข้าสู่การเปิดการค้าเสรีอาเซียน จากปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลได้วางตำแหน่งเป็นผู้ประกอบการระดับอินเตอร์เนชันแนลไปแล้ว ซึ่งจะไปพร้อมกับการแสวงหาพันธมิตรธุรกิจใหม่ การควบรวมกิจการทั้งในและต่างประเทศเพื่อต่อยอดให้กับธุรกิจ รวมทั้งการพัฒนาช่องทางธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ “ซินเนอร์ยี” เพื่อรุกในตลาดต่างประเทศ

เซ็นทรัลโมเดล ลดเสี่ยงปี'55 หวังโต35%จากลงทุน3หมื่นล้าน

ส่วนการลงทุนธุรกิจปีนี้ แบ่งคร่าวๆ ดังนี้ ซีพีเอ็นเตรียมปรับปรุงและเปิดสาขาใหม่ใน จ.อุดรธานี ซึ่งจะมีพื้นที่ใหญ่กว่าเดิม 4 เท่า และเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลสาขาที่ 2 ใน จ.เชียงใหม่ ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรม หรือซีเอชอาร์ ในปีนี้จะยังไม่ขยายการลงทุนใหญ่ แต่จะเตรียมเปิดเชนโรงแรมแห่งที่ 2 ในหมู่เกาะมัลดีฟส์ โดยส่วนใหญ่ยังคงรับบริหารโรงแรมในทำเลเดิมที่มีอยู่ ส่วนกลุ่มซีดีเอสเตรียมเปิดให้บริการห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่เฉินตู ประเทศจีนและเวียดนาม

ขณะที่ซีเอ็มจีเตรียมเปิดสำนักงานใหญ่ (เฮดควอเตอร์) ที่เวียดนาม เพื่อรุกตลาดแฟชั่นในประเทศดังกล่าว รวมถึงมีแผนนำเข้าแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดในไทย และทำตลาดแฟชั่นในพม่า เป็นต้น พร้อมทั้งขยายธุรกิจร้านค้าพิเศษ (สเปเชียลตี สโตร์) แบรนด์ต่างๆ อาทิ บีทูเอส ไทวัสดุ ซูเปอร์สปอร์ต ท็อปส์ มากกว่า 200 สาขา ซึ่งยังไม่รวมการขยายสาขาธุรกิจในต่างประเทศ เช่น ห้างสรรพสินค้าลารีนาเชนเต โดยปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายในประเทศอยู่ที่ 89% และ 11% ในต่างประเทศ คาดใน 5 ปีหน้าสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 20%

นอกจากการขยายการลงทุนของ “ซีจี” ในปีนี้ที่เป็นไปด้วยความระมัดระวังแล้ว ขณะเดียวกันกลุ่มเซ็นทรัลยังให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันความเสี่ยงในทุกรูปแบบ ด้วยการจัดตั้งทีมบริหารความเสี่ยงธุรกิจขึ้น เพื่อวิเคราะห์การดำเนินการทุกขั้นตอน ที่ยังไม่รวมถึงแผนย่อยในแต่ละหน่วยธุรกิจอย่างภัยธรรมชาติมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในปีที่ผ่านมาด้วย

ทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัลและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (ซีอาร์ซี) กล่าวว่า ปัจจัยที่เกิดขึ้นมีมาแต่ช่วง 2-3 ปีก่อน และมองว่ามีปัจจัยลบทุกปี อย่างในช่วงน้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจค้าปลีกได้วางแผนจัดส่งสินค้าด้วยวิธีอื่นๆ และดำเนินการด้าน “ไครซิส แมนเนจเมนต์” อย่างจริงจัง ไปพร้อมกับในอนาคตที่เตรียมวางแผนขยายศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) ไปยังทำเลในภูมิภาคต่างๆ ให้มีจำนวนมากขึ้น นอกเหนือจากส่วนกลางเพื่อป้องกันความเสี่ยงธุรกิจ รวมทั้งการวางระบบไอทีต่างๆ เพื่อการรองรับ (แบ็กอัพ) ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับในอนาคต ที่เชื่อว่าอาจมีการออกกฎหมายผังเมืองใหม่ในบริเวณใดควรมีสิ่งก่อสร้างใดและไม่ควรสร้างอะไร เป็นต้น

กอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัลและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) กล่าวว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีความเสี่ยงธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้น ทั้งภัยธรรมชาติ การก่อร้าย ซึ่งในส่วนของกลุ่มบริษัทเองได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันทรัพย์สิน อาคาร ศูนย์การค้าต่างๆ โดยในปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการทำประกันคุ้มครองภัยเพิ่มเติมจากสัญญาประกันเดิมที่มีอยู่

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทยังได้วางแผนรับมือและมาตรการป้องกันน้ำท่วมเพื่อป้องกันศูนย์การค้าทุกแห่งเพื่อให้มีความปลอดภัยมากที่สุด รวมทั้งการศึกษาพื้นที่ก่อนการเปิดทำเลใหม่ ที่มีมาตรฐานสูงกว่ากฎหมายที่กำหนดในกรณีที่มีเหตุการณ์คาดไม่ถึง โดยเฉพาะการรับมือกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงภัยธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ภัยก่อการร้ายนั้น มองว่าเป็นกระบวนการก่อการร้ายในระดับโลกที่มีวิธีการแปลกใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลุ่มบริษัทเองได้มีการติดตามเพื่อประมวลผลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งทำประกันคุ้มครองภัยด้านก่อการร้ายไว้ด้วย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ