
ฝรั่งซื้อหุ้น-บอนด์แสนล.
ตลท.ชี้ยังมาอีกเงินล้นตลาดโลกลุ้นถึง1,122จุด
ตลท.ชี้ยังมาอีกเงินล้นตลาดโลกลุ้นถึง1,122จุด
เงินนอกทะลักเข้าไทย เดือนเดียวซื้อทั้งหุ้นพันธบัตรกว่า 1 แสนล้าน ตลท.เชื่อยังไหลเข้าอีก แต่จะน้อยกว่าเพื่อนบ้าน
ดัชนีหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะกระทิงตามตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยฝ่าแนวต้านสำคัญที่ 1,100 จุดไปได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ดัชนีปิดที่ 1,116.08 จุด เพิ่มขึ้น 14.96 จุด หรือ 1.36% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 45,369.93 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. 2554 ที่ 47,630.36 ล้านบาท ต่างชาติซื้อหนัก 5,449 ล้านบาท รวม 6 วันทำการในเดือน ก.พ. ต่างชาติซื้อสุทธิแล้ว 1.8 หมื่นล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป วันที่ 8 ก.พ. อยู่ที่ 9.15 ล้านล้านบาท เทียบวันที่ 7 ก.พ. อยู่ที่ 9.03 ล้านล้านบาท
และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาซื้อขายที่ 30.74-30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พัฒนสิน กล่าวว่า เงินนอกที่ทะลักเข้ามาผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยฝ่าแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,100 จุดไปได้แล้ว และมีโอกาสที่จะขึ้นไปแตะแนวต้านใหม่ที่ระดับ 1,122-1,148 จุด เพราะปัญหาหนี้กรีซใกล้จบ และธนาคารกลางยุโรปจะอัดสภาพคล่องเข้าระบบอีก โดยจะมีการประชุมวันนี้
นางเทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า เม็ดเงินต่างชาติยังไหลเข้าตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง และจากต้นปีถึงวันที่ 7 ก.พ. ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1.5 หมื่นล้านบาท และซื้อตราสารหนี้ทั้งหมด 8 หมื่นล้านบาท รวม 2 ตลาดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน 1 แสนล้านบาท
“เม็ดเงินที่เข้ามาเพราะสภาพคล่องยังล้นทั่วโลกจากธนาคารกลางหลายประเทศอัดฉีดเงินเข้าระบบ ทำให้เงินเหล่านี้ต้องวิ่งออกมาแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ทั้งในยุโรปที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหา หรือกรณีอย่างสหรัฐที่แม้ตัวเลขการว่างงานเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่หากเปรียบเทียบกับช่วงที่เศรษฐกิจยังดีปี 2554 ถือว่าตัวเลขการว่างงานสหรัฐไม่เพิ่มขึ้นเลย”
อย่างไรก็ตาม การเงินไหลเข้าไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคน่าจะมีไม่มากนัก เพราะเศรษฐกิจไทยยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากวิกฤตน้ำท่วม และยังเสี่ยงว่าแผนฟื้นฟูน้ำท่วมจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้หรือไม่ รวมถึงยังมีความไม่แน่ชัดของปัญหาการเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์จากการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หุ้นไทยขึ้นน้อยกว่าตลาดอื่น โดยหุ้นตลาดเกิดใหม่เดือนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 14% แต่หุ้นไทยขึ้น 7.3%
นายภาคภูมิ ภาคย์วิศาล กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างแรง ส่งผลให้ดัชนี SET50 Index Futures ทุกรุ่นปรับตัวบวก 15-16 จุด แต่ยังไม่แตะระดับที่จะต้องถูกเรียกให้วางเงินหลักประกันเพิ่ม และไม่ต้องถูกบังคับขาย







