
ออกกฎคุมมาร์เก็ตติงย้าย
จูงใจอยู่โยงเพิ่มโบนัสพิเศษเงินเดือนขั้นต่ำ1.5หมื่นบาทกดผลตอบแทนกันซื้อตัว
จูงใจอยู่โยงเพิ่มโบนัสพิเศษเงินเดือนขั้นต่ำ1.5หมื่นบาทกดผลตอบแทนกันซื้อตัว
สมาคมโบรกเกอร์ออกกฎคุมจ่ายผลตอบแทนมาร์เก็ตติงที่ย้ายสังกัด พร้อมเพิ่มโบนัสพิเศษจูงใจไม่ให้ย้ายงานพร่ำเพรื่อ
แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์ เปิดเผยว่า สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคม บล.) ได้ออกประกาศเรื่องแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้แนะนำการลงทุน (มาร์เก็ตติง) โดยกำหนดให้โบรกเกอร์ ที่จ่ายค่าตอบแทนตามมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ (Incentive Scheme) ต้องจ่ายเงินเดือนเริ่มต้นให้มาร์เก็ตติงใหม่ในจำนวนไม่เกินกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ยกเว้นกรณีที่รับมาร์เก็ตติงมาจากโบรกเกอร์อื่นให้จ่ายเงินเดือนในอัตราไม่เกินเงินเดือนเดิม
ส่วนโบรกเกอร์ที่จ่ายค่าตอบแทนคงที่เป็นรายเดือนในรูปของเงินเดือนประจำ (Salary Based) ให้จ่ายค่าตอบแทนได้ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ยกเว้นกรณีที่รับมาร์เก็ตติงมาจากโบรกเกอร์อื่นต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนในอัตราไม่เกิน 1.1 เท่าของเงินเดือนเดิม หรือไม่เกินกว่า 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน
นอกจากนี้ โบรกเกอร์สามารถจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ (Loyalty Bonus) ให้แก่มาร์เก็ตติงได้บนเงื่อนไขว่ามาร์เก็ตติงต้องมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเฉลี่ยต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาท โดยคำนวณรายได้ค่าธรรมเนียมย้อนหลัง 1 ปี และต้องทำงานกับบริษัทตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดยอายุงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป สามารถจ่ายค่าตอบแทนพิเศษได้ไม่เกิน 1% ของรายได้ค่าธรรมเนียม อายุงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จ่ายค่าตอบแทนพิเศษได้ไม่เกิน 2% ของรายได้ค่าธรรมเนียม และอายุงานตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป จ่ายค่าตอบแทนพิเศษได้ไม่เกิน 3% ของรายได้ค่าธรรมเนียม
ทั้งนี้ ในกรณีที่โบรกเกอร์สมาชิกมีเหตุจำเป็นและสมควรที่ไม่อาจจ่ายค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวได้ บริษัทสามารถขอผ่อนผันพร้อมชี้แจงเหตุผลเป็นหนังสือต่อสมาคม โดยหากสมาคมพิจารณาเห็นว่ามีเหตุจำเป็นและสมควร อาจผ่อนผันการจ่ายค่าตอบแทนได้ตามสมควร
“ประกาศที่ออกมาก็เพื่อให้เกิดความชัดเจน ความเรียบร้อยในการย้ายงาน และมีความเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจหลังจากที่เปิดเสรีไปแล้ว รวมทั้งจูงใจให้มาร์เก็ตติงทำงานกับต้นสังกัดเดิมเป็นระยะเวลานานขึ้น ซึ่งประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ยังไม่เห็นการแข่งขันที่รุนแรง มีเพียงการออกโปรโมชันจูงใจให้นักลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์หรือเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้น การลดคอมมิชชันให้กับนักลงทุนที่มีมูลค่าซื้อขายสูงกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่มีความกังวลคือการย้ายงานของมาร์เก็ตติง เพราะเริ่มมีกระแสทาบทามหรือชักจูงมาร์เก็ตติงให้ย้ายงานเป็นระยะๆ ด้วยการจ่ายผลตอบแทนที่สูงขึ้น หรือการให้ตำแหน่งระดับกรรมการผู้จัดการ หรือผู้อำนวยการฝ่าย เป็นต้น
แหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์เปิดเผยว่า ขณะนี้ธุรกิจหลักทรัพย์อยู่ระหว่างรอการแถลงยกเลิกการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์จากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ซึ่งหากมีการประกาศยกเลิกชัดเจนจะทำให้ธุรกิจนี้กลับมาน่าสนใจและสดใสอีกครั้ง







