posttoday
ประกันกำไรพุ่งรับตลาดหุ้นฟื้น

ประกันกำไรพุ่งรับตลาดหุ้นฟื้น

02 มีนาคม 2553

 

วินาศภัยกระเตื้องรายได้ลงทุน ชดเชยค่าสินไหมรายจ่ายเพิ่ม

โพสต์ทูเดย์ — ประกันเฮตลาดหุ้นฟื้น หนุนกำไรพุ่ง ผลดำเนินงานดี

นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไร 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่กำไร 131 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจาก มีเบี้ยประกันภัยรับ 4,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งคิดเป็นเบี้ยที่ถือเป็นรายได้ 4,694 ล้านบาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายจากการรับประกันภัยรวม 3,716 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลักคือ ค่าสินไหมทดแทน 2,694 ล้านบาท ซึ่งแม้ยอดสินไหมจะเพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนและมีกำไรจากการรับประกันภัย 977 ล้านบาท ลดลง 18% แต่เนื่องจากมีรายได้จากการลงทุน 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% จากปีก่อนที่ขาดทุนจากการลงทุน 232 ล้านบาท

จึงทำให้ในปี 2552 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ242.2 ล้านบาทนายปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นวกิจประกันภัย กล่าวว่า บริษัทมีกำไร 158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุเนื่องจากมีรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20 ล้านบาท ผลจากมีกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 19 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในส่วนของกำไรจากการรับประกันลดลงจากปี 2551 จำนวน 19.6 ล้านบาท หรือ 5.2% จากเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 252 ล้านบาท หรือ 19% และ มีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 272 ล้านบาท หรือ 28%

น.ส.พณิตา ตู้จินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย กล่าวว่า บริษัทมีกำไร 17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 971% เมื่อเทียบกับปีก่อน ถึงแม้ปีที่ผ่านมาเบี้ยประกันจะลดลงจากปีก่อน แต่เนื่องมาจากนโยบายของบริษัทฯที่มุ่งเน้นในการให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน มากกว่าการเติบโตของเบี้ยประกัน ซึ่งส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีอัตราค่าความเสียหายต่อเบี้ยที่ถือเป็นรายได้ (Loss Ratio) อยู่ที่ 61% ลดลงจากในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งอยู่ที่ 67% จึงทำให้กำไรจากการรับประกันดีขึ้น และมีกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์ 17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 207% มาจากการบริหารพอร์ตลงทุนที่มีประสิทธิภาพ กอปรกับภาวะของตลาดหลักทรัพย์ฯปรับตัวดีขึ้น จึงทำให้บริษัทฯมีกำไรสุทธิปี 2552 จำนวน 17 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯสามารถดำรงอัตราส่วนทางการเงินที่ คปภ.ใช้กำกับดูแล ได้เกินกว่าเกณฑ์ที่ คปภ.กำหนดทุกอัตราส่วน

"จากผลประกอบการที่ดีขึ้น เพื่อเป็นการตอบแทนการลงทุนที่ผู้ถือหุ้นได้ให้ความร่วมมือในการเพิ่มทุนเมื่อต้นปี 2552 คณะกรรมการบริษัทเตรียมนำเสนอขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 21 เมษายน นี้ เพื่อพิจารณาจ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ถือหุ้นสามัญหุ้นละ 0.25 บาท และ สำหรับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิหุ้นละ 1.00 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 9.25 ล้านบาท คิดเป็น 52.5% ของกำไรสุทธิ"น.ส.พณิตา กล่าว

นายโรวัน ดี อาซี่ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย กล่าวว่า บริษัทมีกำไร 274 ล้านบาท ลดลง 82 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่กำไร 356 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องจากเบี้ยประกันภัยรับของปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 148 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.8% จากปี 2551 เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 108 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา11% ด้วยเช่นกัน

ส่วนเงินสำรองเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้นจำนวน 19 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 47% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณธุรกิจ ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจำนวน 88 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 9% ค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นระหว่างปีเพิ่มขึ้น 80 ล้านบาท หรือ 23% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการจัดการสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น และจากปีก่อนจำนวน 2.84 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 37% ด้วย โดยมีอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนเท่ากับ 42% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีอัตรา 37% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมภัยเบ็ดเตล็ดและภัยรถยนต์ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายอื่นๆในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 49% ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรา 33% เนื่องจากปริมาณธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของงานที่ไม่จำเป็นต้องจัดทำประกันภัยต่อ และอัตราค่านายหน้ารับจากการประกันภัยต่อบางส่วนลดลง จึงเป็นผลให้กำไรจากการรับประกันภัยในปี 2552 ลดลงจำนวน 44 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 10%

รายได้จากการลงทุนลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 72 ล้านบาท

หรือคิดเป็นอัตรา 28% เนื่องจากการลดลงของรายได้จากดอกเบี้ยและเงินปันผลรับในขณะเดียวกันบริษัทมีกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์ในปี 2552 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2551 จำนวน 12 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรา 34% ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสำหรับปี 2552 เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 5.40 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตรา 1.8% กำไรก่อนภาษีเงินได้ของปี 2552 ลดลงจากปี 2551 จำนวน 107 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 24% ส่งผลให้ภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2552 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 24 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 29%

นางฐิตาพร ธารากิจ รองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ กล่าวว่า บริษัทมีกำไร 520 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่กำไร 473 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ