
TSFCดิ้นเพิ่มรายได้ช่องทางหากิน
สู้ตายบล.เปิดเสรีคอมมิชชันยอมรับปีก่อนกำไรไม่ถึงเป้า
สู้ตายบล.เปิดเสรีคอมมิชชันยอมรับปีก่อนกำไรไม่ถึงเป้า
TSFC ดิ้นมองช่องทางทำกินเพิ่ม หลังโบรกเกอร์ให้ดอกเบี้ยจูงใจ รุกหนักหลังเปิดเสรีคอมมิชชัน
นางนภาภรณ์ ลัญฉน์ดี กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (TSFC) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาจะทำธุรกิจใหม่เพิ่มเติมเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการหารายได้ เนื่องจากปัจจุบันโบรกเกอร์ต่างให้บริการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน) เข้าถึงผู้ลงทุนและเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าบริษัท เพราะมีฐานเงินทุนที่สูงหลังจากมีการควบรวมกันและมีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
นอกจากนี้ ภายหลังเปิดเสรีค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) ทำให้โบรกเกอร์มุ่งเน้นมาร์จินโลนเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น ในเรื่องนี้ทาง TSFC คงต้องมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าจะให้ TSFC สามารถทำธุรกิจใดเพิ่มเติมได้บ้าง
สำหรับเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อในปี 2555 บริษัทคาดว่าจะสามารถปล่อยมาร์จินโลนระดับ 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่มี 2,000 ล้านบาท ยอมรับว่าปีที่ผ่านมาการปล่อยมาร์จินโลนของบริษัททำได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,500 ล้านบาท รับผลพวงมาจากทิศทางตลาดหุ้นมีความผันผวนโดยเฉพาะครึ่งหลังของปี 2554 นอกจากจะเผชิญปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปแล้ว ในประเทศประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผู้ลงทุนไม่กล้าถือหุ้นนานจนมียอดขายหุ้นเพื่อนำมาคืนหนี้ 50-60 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.ย. 2554 ที่ผ่านมา
ด้านผลประกอบการของบริษัทในปี 2554 ยังมีกำไรเล็กน้อย แต่ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้จะมีกำไรสุทธิ 70 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้มีการลงทุนระบบการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) และรายได้จากธุรกิจดังกล่าวยังไม่มาก และยอดการปล่อยมาร์จินโลนต่ำกว่าเป้าหมาย
ล่าสุด TSFC ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงเหลือของลูกค้าในบัญชีมาร์จินเพียง 1.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมซื้อหลักทรัพย์อยู่ที่ 8.5% และอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในกรณีผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญาอยู่ที่ 20% ต่อปี







