
เอกชนเร่งสร้างชื่อแข่งตลาดโลก ผ่านสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีสินค้าไทยที่สามารถสร้างชื่อในตลาดโลกได้ไม่กี่แบรนด์
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีสินค้าไทยที่สามารถสร้างชื่อในตลาดโลกได้ไม่กี่แบรนด์
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีสินค้าไทยที่สามารถสร้างชื่อในตลาดโลกได้ไม่กี่แบรนด์ ทั้งที่มีแบรนด์ไทยจำนวนมากที่มีคุณภาพสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ประตูการค้าโลกเปิดกว้างอย่างเช่นขณะนี้ ประกอบกับความพร้อมที่มากขึ้นของผู้ประกอบการไทยในการบุกตลาดต่างประเทศ
กรมส่งเสริมการส่งออก ในฐานะที่มีหน้าที่ส่งเสริมธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ จึงได้ผลักดันตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์ หรือ Thailand Trust Mark : TTM ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและบริการจากประเทศไทยที่วางใจได้ จากก่อนหน้านี้ ที่ใช้ชื่อ Thailand’s Brand ในการสร้างชื่อเสียงของตราสินค้าไทยมาแล้วถึง 12 ปี
ขณะที่ในส่วนของภาคเอกชนเอง ก็ได้ขานรับโครงการนี้ด้วยดี โดยเฉพาะตราสินค้าไทยที่เดินหน้าทำตลาดในต่างประเทศอยู่แล้ว ก็คาดหวังว่าการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม จะเอื้อต่อการสร้างชื่อเสียงของแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักได้รวดเร็วขึ้น
แบรนด์พาซาย่า (PASAYA) เป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่มุ่งมั่นนำพาแบรนด์ไปติดตลาดโลก โดย ชเล วุทธานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิ่งทอซาติน เจ้าของแบรนด์พาซาย่า กล่าวว่า ภาคธุรกิจสิ่งทอของไทยยังไม่ได้รับการยอมรับในตลาดโลกมากนัก ทำให้การพาแบรนด์พาซาย่าไปสู่ตลาดต่างประเทศในช่วงแรกต้องพบกับอุปสรรคหลายด้าน
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของการเป็นโออีเอ็มทำให้รู้เรื่องเทคโนโลยีการผลิตและความต้องการของตลาดเป็นอย่างดี สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือเรื่องของคุณภาพสินค้า ต้องรักษามาตรฐานที่ดีไว้เสมอ สำหรับตราสัญลักษณ์ TTM ก็จะเป็นอีกหนึ่งใบเบิกทางที่ช่วยพาสินค้าสิ่งทอของไทยก้าวเข้าสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น
เช่นเดียวกับแบรนด์มาม่าที่ปัจจุบันส่งออกไปจำหน่ายใน 50 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งออกไปลงทุนตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา พม่า บังกลาเทศ เป็นต้น ทำให้ต้องเร่งสร้างแบรนด์มาม่าเป็นที่รู้จักในระดับสากลเช่นกัน
เพชร พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีชื่อเสียงโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในฐานะแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพอยู่แล้ว จึงส่งผลดีต่อแบรนด์มาม่าในการเจาะตลาดต่างประเทศ โดยปัจจัยความสำเร็จเกิดจากการควบคุมคุณภาพและคำนึงถึงรสชาติที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
นอกจากนี้ มาม่ายังให้ความสำคัญกับการขอใช้ตรารับรองมาตรฐานจากหน่วยงานต่างๆ เพราะถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าให้เกิดขึ้นในใจผู้บริโภค รวมทั้งช่วยปูทางสร้างโอกาสในการขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย
ด้าน ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ภาวะการค้าโลกในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้น ทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับกระบวนการคิดและการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออกดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อส่งเสริมการค้าและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลก ด้วยการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ TTM
สำหรับเป้าหมายของการเปิดตราสัญลักษณ์ดังกล่าว ก็เพื่อตอกย้ำจุดเด่นเรื่องคุณภาพที่ทั่วโลกวางใจ (Trusted Quality) ทั้งในด้านคุณภาพสินค้าและบริการ ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในฐานะแหล่งกำเนิดสินค้าที่มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม
“เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อและกระตุ้นให้คู่ค้าต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยที่ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ” ศิริวัฒน์ กล่าว
ในส่วนเจ้าของโครงการอย่างกรมส่งเสริมการส่งออกนั้น นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า ได้วางแนวทางการดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างประเทศ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยก้าวเข้าสู่เวทีการค้าในตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังวางแผนเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรองรับการเป็นส่วนหนึ่งของ “ตลาดเดียว” ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ได้อย่างมีศักยภาพด้วย เช่น การจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “Thai Quality, Globally Trusted” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศและสินค้าไทยผ่านตราสัญลักษณ์ TTM
ในงานสัมมนาครั้งนี้ ยังได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ อย่าง ศิริกุล เลากัยกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแบรนด์บีอิ้ง มาร่วมนำเสนอมุมมองเรื่องกลยุทธ์ส่งเสริมการสร้างแบรนด์ประเทศไทย
ทั้งนี้ หากภาคธุรกิจสามารถปรับปรุงมาตรฐานสินค้าให้สูงขึ้น เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ เมื่อผสานกับการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างตราสัญลักษณ์คุณภาพไทยแลนด์ครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของการส่งออกสินค้าและบริการของไทย ทั้งด้านปริมาณและมูลค่าแน่นอน







