posttoday
เฟดจุดพลุสินทรัพย์เสี่ยงดีสั้น

เฟดจุดพลุสินทรัพย์เสี่ยงดีสั้น

27 มกราคม 2555

คงดอกเบี้ยต่ำอีก3ปีไม่ปิดQEปลุกหุ้นน้ำมันทองพุ่งแรง

คงดอกเบี้ยต่ำอีก3ปีไม่ปิดQEปลุกหุ้นน้ำมันทองพุ่งแรง

นักลงทุนทั่วโลกลุยซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ดันราคาหุ้นทองน้ำมันขึ้นแรง ทิ้งเงินเหรียญสหรัฐอ่อน หลังเฟดใช้ดอกเบี้ยต่ำถึงปี 2557 ไม่ปิดใช้มาตรการ QE

ตลาดหุ้นต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถ้วนหน้าในเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น โดยดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,068.54 จุด เพิ่มขึ้น 12.53 จุด หรือ 1.19% มูลค่าการซื้อขายปานกลาง 25,110 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 496 ล้านบาท พอร์ต บล. ซื้อ 787 ล้านบาท รายย่อยขาย 993 ล้านบาท และสถาบันขาย 291 ล้านบาท

ขณะเดียวกันเงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ 31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางแรงเทขายเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับเงินหลายสกุล หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ 00.25% นานจนถึงปลายปี 2557 และส่งสัญญาณพร้อมผ่อนคลายทางการเงินรอบใหม่หากเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง

สำหรับราคาทองคำในตลาดโลกทะยานขึ้นทะลุ 1,700 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้ราคาขายในประเทศพุ่งพรวดบาทละ 500 บาททันทีตั้งแต่เปิดตลาด และระหว่างวันปรับขึ้นลง 7 ครั้ง โดยมีการปรับลง 4 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท รวม 200 บาท และมีการปรับขึ้น 2 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท สุทธิแล้วราคาทองปรับขึ้น 400 บาท ทำให้รับซื้อทองคำแท่ง 25,150 บาท ขายออก 25,250 บาท ราคาทองรูปพรรณรับซื้อ 24,786.60 บาท ขายออก 25,650 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ระบุว่า ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังเฟดยืดเวลาการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำออกไปอีก 1 ปี เป็นปี 2557 และไม่ปิดโอกาสที่จะใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อีกรอบ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดทุนหรือสินค้าโภคภัณฑ์ให้มีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีกรอบ

“เม็ดเงินที่หมุนวนเล่นเก็งกำไรกันน่าจะอยู่ในตลาดต่อไปอีกนานพอสมควร โดยเม็ดเงินจะไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ เนื่องจากฝั่งยุโรปยังมีปัญหาหนี้ ส่วนฝั่งสหรัฐแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะพัฒนาการเชิงบวก แต่ตัวเลขยอดขายและราคาบ้านยังไม่ค่อยดีนัก”

นายอดิศักดิ์ คำมูล ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนียังมีโอกาสที่จะปรับขึ้นได้อีก โดยจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,080 จุด ซึ่งเมื่อใดที่ดัชนีปรับตัวลดลงมาก็จะมีแรงเข้ามาซื้อมากกว่าแรงขาย เพราะนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกตลาดหุ้นและเศรษฐกิจมากขึ้น หลังสหรัฐซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกเปิดมุมมองเศรษฐกิจและนโยบายดอกเบี้ยออกมา ทำให้นักลงทุนคาดหวังเชิงบวก นอกจากนี้ยังคาดว่าปีนี้บริษัทจดทะเบียนจะมีอัตราการเติบโตของกำไรดีกว่าปีที่ผ่านมา โดย KGI ประมาณว่ากำไรจะโต 12.4% หรือปีนี้ บจ.จะมีกำไร 7.43 แสนล้านบาท ส่วนปี 2556 จะมีกำไร 8.22 แสนล้านบาท เติบโต 10.6%

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ข่าวดีของสหรัฐจะส่งผลดีต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงช่วงสั้นเท่านั้น เพราะตลาดยังกังวลเรื่องวิกฤตการณ์หนี้ยุโรป โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซ ซึ่งยังต้องใช้เวลาพอสมควรในการเจรจา

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ