
เดอะแมน บีฮาย เดอะซีน จับวิธีคิด'โกร่ง'รู้ถึงรองโต้ง
งานบีโอไอแฟร์รอบนี้ มีหลายรสชาติที่สะท้อนภาพประเทศได้ แต่ที่เหนือกว่านั้น
งานบีโอไอแฟร์รอบนี้ มีหลายรสชาติที่สะท้อนภาพประเทศได้ แต่ที่เหนือกว่านั้น
คือ การที่ เดอะแมน บีฮาย เดอะซีน ในการทำงานของรัฐบาลปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับภาพประเทศไทย...
วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ปาฐกถาในหัวข้อ “การฟื้นฟูและหนทางข้างหน้าของประเทศไทย” ในงาน CEO Forum at BOI Fair โดยระบุถึงแนวทางในการหาเงินทุนเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการพัฒนาระบบราง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานว่า การระดมทุนจะเน้นจากในประเทศเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากในระยะ 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมาตลอด และมีทุนสำรองค่อนข้างสูงมาก
ดร.โกร่ง บอกว่า แนวทางที่รัฐบาลดำเนินการในขณะนี้ คือ การโอนหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินกลับไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับภาระ และอีกส่วนหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้ก็คือ การบริหารจัดการหุ้นของรัฐวิสาหกิจโดยผ่านกองทุนวายุภักษ์แทนกระทรวงการคลัง ทั้งบริษัท ปตท. (PTT) บริษัท การบินไทย (THAI) ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ
“ถ้าซื้อหุ้น ปตท.แค่ 2% จะทำให้หลุดพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ ทำให้หนี้สาธารณะไม่เพิ่ม ซึ่งต้องคุยกับ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ อีกครั้ง แต่ ปตท.ก็จะหลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ หนี้ของ ปตท. ที่มีอยู่ 5 แสนล้านบาท และภาระผูกพันอีก 2 แสนล้านบาท ก็จะหลุดจากการเป็นหนี้สาธารณะ” วีรพงษ์ กล่าว
วีรพงษ์ ระบุด้วยว่า หากดำเนินการในแนวทางดังกล่าว จะช่วยให้ยอดหนี้ของรัฐบาลลดลงไป เพราะหนี้ของรัฐวิสาหกิจจะถูกนับเป็นหนี้สาธารณะด้วย ขณะที่หากพิจารณาถึงภาระหนี้ต่างประเทศของรัฐบาลกลางโดยแท้จริงแล้ว จะมีเพียงไม่ถึง 1% ของจีดีพี
วีรพงษ์ กล่าวอีกว่า ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพจะใช้รูปแบบของ Single command unit โดยนายกรัฐมนตรีลงมาดูแลเอง เพื่อแก้ปัญหาการจัดการที่ไม่เป็นเอกภาพของการทำงานอิงการเมืองที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นสำคัญ ยกตัวอย่าง แค่การเปิดประตูระบายน้ำ 10 ซม. ต้องใช้เวลาตัดสินใจ 2 วัน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ สิ่งสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่เคยประกาศไว้ คือ มีเวลาที่เหลืออยู่อีก 6-7 เดือนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน แม้จะมีน้ำมากเท่าปีที่แล้ว แต่น้ำจะต้องไม่ท่วมซ้ำอีก แนวทางหลักคือการระบายน้ำ โดยพื้นที่ตอนบนของประเทศจะเป็นที่พักน้ำ และตอนล่างจากปากน้ำโพลงมาจะเป็นที่ระบายน้ำ ซึ่งจะมีการสร้างทางระบายน้ำสายใหม่เป็น Water Channel หรือ Floodway ก็ตาม เพื่อจะแบ่งน้ำเป็น 3 ส่วนเพื่อระบายลงสู่ทะเล
“เราจะถือโอกาสนี้หลังจากวิกฤตไม่ใช่แค่การซ่อมแซมเท่านั้น แต่จะต้องยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การศึกษา ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของจีนและอินเดีย โดยมีไทยเป็นประเทศหลัก”
ตอนนี้รัฐบาลมุ่งหวังที่จะให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาของเอเชีย ซึ่งจะเป็นหัวเรื่องใหญ่ในการพัฒนาเศรษฐกิจในศตวรรษหน้า เพราะเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปจะต้องตกต่ำลงอย่างแน่นอน เอเชียจะเป็นตัวจักรสำคัญของเศรษฐกิจ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือจะอยู่เฉยไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องเร่งดำเนินการในระยะ 5-6 ปีที่จะถึงนี้
นี่คือภาพประเทศที่ ดร.โกร่งฉายออกไป แต่คนทำและผลักดันเต็มที่คือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง
ขณะที่ ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) มองว่า ตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จะขยายตัว 1.5-1.6% โดยธุรกิจ 5 ด้านที่เป็นอนาคตของประเทศไทย ได้แก่ ด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร เนื่องจากเป็นประเด็นปัญหาถาวรของโลก แต่จะต้องเพิ่มในเรื่องผลิตภาพให้เพียงพอ และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ธุรกิจสีเขียวเพื่อลดมลภาวะและดูแลสิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการลงทุนใหม่ โดยผ่านระบบแฟรนไชส์
ดังนั้น สิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำอยู่ในภาพรวมค่อนข้างดีแล้ว แต่ขณะนี้ควรจะเน้นการสร้างความเชื่อมั่น และขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุน ประเทศไทยจะไปหวังกำไรที่เกิดจากแรงงานขั้นต่ำคงไม่ได้ เพราะต้องยกระดับของประเทศเข้าไปสู่ Niche Market
ศุภชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือรัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องการยกระดับทักษะความรู้ของแรงงาน รวมไปถึงการพัฒนาในระบบโลจิสติกส์ เป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เพราะจะไปหวังสิ่งที่มีอยู่เดิมไม่ได้ จะต้องเร่งสร้างอะไรใหม่ๆ เข้ามา
ด้านสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวว่า การที่ไทยจัดเวทีครั้งนี้ขึ้นมาไม่ใช่แค่การเรียกความเชื่อมั่น แต่เป็นการสะท้อนให้ประชาคมโลกเห็นว่า ไทยสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ และแนวทางการพัฒนาในอนาคตของไทย อยากฝากให้มุ่งไปทั้งภาพรวมของอาเซียน ไม่ควรจะดึงมาเฉพาะไทยประเทศเดียว
ทั้งนี้ อาเซียนควรมีการหารือร่วมกันเพื่อกำหนดกฎกติกาให้สอดคล้องกัน เนื่องจากหากดูสัดส่วนของมูลค่าการลงทุนในภูมิภาคในช่วงปี 2552-2553 เพิ่มขึ้นกว่า 100% โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 8.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ทานาดะ เคียวอิจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้โตโยต้าจะลงทุน 8,200 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ เกตเวย์ แห่งที่ 2 สำหรับผลิตรถยนต์นั่ง และรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ และปรับปรุงสายการผลิตในโรงงาน TAW
ทั้งนี้ ได้แบ่งเงินลงทุนสำหรับตั้งโรงงานเกตเวย์แห่งที่ 2 ไว้ที่ 7,000 ล้านบาท และ 1,200 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงไลน์การผลิตของ TAW โดยทั้งสองโรงงานจะมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 8.8 หมื่นคัน นอกจากนี้ โตโยต้าได้ขยายกำลังการผลิตเครื่องยนต์ในโรงงาน STM อีกด้วย







