posttoday
หม่อมอุ๋ย เตือนเร่งออกพรก.เสี่ยง โมฆะ

หม่อมอุ๋ย เตือนเร่งออกพรก.เสี่ยง โมฆะ

13 มกราคม 2555

การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือ

การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือ

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ... เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับผิดชอบการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นของกองทุนฟื้นฟูฯ 1.14 ล้านล้านบาท กำลังเป็นบูเมอแรงย้อนกลับไปถึงรัฐบาลถึงเหตุผลของความเร่งรีบแก้กฎหมายโดยไม่ผ่านขั้นตอนของรัฐสภา

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.คลัง และอดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวในงานราชดำเนินเสวนา เรื่อง “วิเคราะห์ร่างพระราชกำหนดการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ” จัดโดยศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลไม่ควรออก พ.ร.ก.แก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ โดยโอนหนี้ทั้งหมดไปให้ ธปท.

ขณะเดียวกันรัฐบาลไม่ควรอ้างความจำเป็นในการแก้ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการน้ำมาเป็นเหตุผลในการเร่งออก พ.ร.ก. เพราะเสี่ยงที่จะเป็นโมฆะ

เนื่องจากขณะนี้การออกกฎหมายไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำท่วมแล้ว ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี

“อย่าเอาชนะ อย่าทำด้วยทิฐิ ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

อดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ พ.ร.ก.ฉบับนี้ในมาตรา 7(2) และมาตรา 7(3) ได้รับการแก้ไขแล้ว คิดว่ารัฐบาลคงกลัวพระ

โดยเฉพาะมาตรา 7(3) ที่เป็นห่วงกัน แก้ไขจากเดิมที่ระบุ “ให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกองทุนเข้าบัญชีตามมาตรา 5 ตามจำนวนที่คณะรัฐมนตรีกำหนด”

ของใหม่ได้มีการตัดคำว่า “ธนาคารแห่งประเทศไทย” เหลือเพียงโอนเงินหรือสินทรัพย์หรือกองทุนเข้าบัญชี ถือเป็นเรื่องถูกต้องที่ไม่ควรแตะ ธปท.

เนื่องจากถ้ากฎหมายข้อใดกำหนดให้รัฐบาลนำเงินของ ธปท. โอนเงินให้ใครก็ได้ ต่างชาติก็อยู่ไม่ได้ เมื่อ ธปท.เจอนักการเมืองที่ไม่มีความยับยั้งชั่งใจก็พังกันหมด

“แบงก์ชาติเป็นของประเทศชาติ เงินต้นอย่าใช้ อย่าแตะ เงินต้นสำรองธนบัตรแตะเมื่อไหร่ คนจะขาดความเชื่อมั่นทันที ตอนนี้มาตรา 7(3) ที่แก้ไขแล้ว โดยรวมดีขึ้น ไม่มีโอกาสทำให้แบงก์ชาติเสียหาย ผมในฐานะคนไทยถ้าแบงก์ชาติเสียหาย ประเทศเราในสายตาโลกก็เสียหาย เราจะอยู่ไม่ได้ ไม่มีเครดิตเหลือ สมัย อ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ เป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ มีนักการเมืองจะเอาเงินทุนสำรองแบงก์ชาติออกมาซื้อรถถัง อ.ป๋วย ท่านก็คัดค้าน คนที่มีสติสัมปชัญญะดี คงไม่มีใครเข้าไปแตะ” อดีตผู้ว่าการ ธปท. กล่าวย้ำ

อย่างไรก็ดี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดจุดอ่อน 2 ข้อ ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ซึ่งไม่ได้อยู่ที่มาตรา 7 แล้ว

ประการแรก พุ่งเป้าไปที่การนำเงินในสถาบันคุ้มครองเงินฝากออกมาใช้ทั้งหมด

ตามกฎหมายในปีนี้สถาบันคุ้มครองเงินฝากจะคุ้มครองเหลือบัญชีละ 1 ล้านบาท เท่ากับหากรัฐบาลนำเงินจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากออกมาใช้ทั้งหมด เมื่อเกิดปัญหาธนาคารพาณิชย์ล้ม ก็ไม่มีเงินใช้ให้กับผู้ฝาก

ปัจจุบันผู้ฝากที่มีเงินฝากต่ำกว่าบัญชีละ 1 ล้านบาทมีถึง 90% เมื่อเงินก้อนนี้หมดไป รัฐบาลก็ต้องมีวิธีแก้ไข ด้วยการแสดงเจตนาว่า จะรับประกันเงินฝากสำหรับผู้ที่มีเงินฝากบัญชีละไม่ถึง 1 ล้านบาทเหมือนเดิม แต่เรื่องนี้ต้องบอกผู้ฝาก เพื่อให้ทุกอย่างไม่เป็นภาระต่อประเทศชาติเหมือนในอดีต

“ถ้าไม่มีเงินในสถาบันคุ้มครองเงินฝาก กระทรวงการคลังก็ต้องชดใช้ให้ผู้ฝากได้ อาจจะออกเป็นพันธบัตรหรืออะไรก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่ให้แบงก์ชาติรับภาระ ไม่เช่นนั้นแบงก์ชาติก็ต้องพิมพ์เงินออกมา ก็เป็นปัญหาอีก”

ประการที่สอง การเพิ่มอำนาจให้ ธปท. เรียกเก็บเงินสมทบจากธนาคารพาณิชย์จาก 0.4% เป็นไม่เกิน 1% ถือเป็นเรื่องใหญ่

เพราะยอดเงินจะมหาศาลมากขึ้นทุกปี เนื่องจากเงินฝากจะเพิ่มมากขึ้นในทุกปีอยู่แล้ว

จึงน่ากลัวว่า เมื่อรัฐบาลเห็นว่าเงินฝากเพิ่มก็จะเรียกเก็บจากธนาคารพาณิชย์เต็มเพดานที่ 1% เพื่อให้ได้เงินมาก เมื่อธนาคารพาณิชย์ไม่มีทางเลือกก็ต้องผลักภาระให้ลูกค้า ซึ่งอาจเห็นผลเกิดขึ้นในฝั่งเงินฝาก ผู้ฝากจะได้ดอกเบี้ยลดลง ฝั่งเงินกู้ ผู้กู้ได้ดอกเบี้ยแพงขึ้น แต่โดยส่วนตัวกลัวว่าธนาคารจะเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้มากกว่า อยู่ที่จังหวะการบริหารสภาพคล่องของธนาคาร

ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบเศรษฐกิจแน่

ฉะนั้น กระทรวงการคลังต้องคิดว่าจะเก็บอย่างไร ถ้ารัฐบาลเกิดอยากได้เงินมากขึ้น เพื่อชำระหนี้ได้เร็วขึ้น เก็บเต็มเพดาน ก็เป็นเรื่องน่ากลัว

และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ หากตัวเลขกว้างขนาดนี้ วันหนึ่งอาจมีนักการเมืองที่กลายเป็นวีรบุรุษแก้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ได้ทั้งหมด ด้วยการผลักภาระให้ประชาชนเต็มที่

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) บอกว่า จะผลักเงินสมทบขึ้นทีเดียว 0.6% ทำให้ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์อยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัว

“ตอนนี้ธนาคารพาณิชย์ก็เตรียมขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ซึ่งไม่มีทางเลือก เพราะคงไม่มีทางที่ธนาคารพาณิชย์รายใดจะปล่อยให้ตัวเองล้ม” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การที่สถาบันการเงินจะผลักภาระให้กับประชาชนนั้น รัฐบาลจึงต้องออกกฎเกณฑ์ควบคุมให้ชัดเจน ว่าจะเพิ่มในอัตราเท่าไร แต่ก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่มถึง 0.6%

ด้านผู้สังเกตการณ์ กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.ฉบับนี้ เพราะไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเร่งรีบ

ประเด็นแรก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมแล้ว

อีกประเด็นคือ การที่รัฐบาลอ้างเรื่องนี้จะส่งผลต่อภาระงบประมาณนั้น งบประมาณประจำปี 2555 ก็เพิ่งผ่านรัฐสภาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐบาลได้ตั้งงบบริหารหนี้สาธารณะไว้ 1.7 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับงบรายจ่ายทั้งหมด 2.38 ล้านล้านบาท คิดออกมาก็ตก 7% กว่า

ดังนั้นจึงเหลือช่องอีกเยอะกว่าจะถึงเพดานที่ระดับ 15% ตามเพดานที่กำหนด รัฐบาลก็ยิ่งไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการออก พ.ร.ก.

อีกประเด็นที่ อดีต รมว.คลัง ไม่เห็นด้วยกับการออกเป็น พ.ร.ก. คือ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ ธปท.สามารถปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนให้แก่สถาบันการเงิน 3 แสนล้านบาท กรณ์มองว่ารัฐบาลควรออกเป็น พ.ร.บ. และไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องใช้เงิน ธปท. แต่สามารถให้ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐบาลออกโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยลูกค้าน้ำท่วมได้อยู่แล้ว

แต่ที่ไม่ทำ เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้เป็นภาระทางการคลังจึงโยนไปให้ ธปท.

“รัฐบาลเลือกใช้แบงก์ชาติ เพราะต้องการใช้ให้แบงก์ชาติพิมพ์เงินฟรี แต่ถ้าใช้ธนาคารออมสินต้องตั้งภาระงบประมาณ นี่คือการทำผิดหลักการ เพราะเท่ากับแบงก์ชาติต้องพิมพ์เงินให้รัฐบาล 3 แสนล้านบาท” กรณ์ กล่าว

ดังนั้นสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายในมาตราสำคัญไปแล้ว แต่กฎหมายฉบับนี้ก็ยังเป็นกฎหมายที่สร้างภาระให้กับประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่ดี  

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ