
เอกชนกัดฟันจัดอีเวนต์
โพสต์ทูเดย์
— เอกชนเดินหน้าอัดกิจกรรมกระตุ้นกำลังซื้อสู้คดียึดทรัพย์ทักษิณนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังเปิดงานบางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี แฟร์ ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 26 ก.พ.2 มี.ค. ที่เมืองทองธานี ว่า สมาคมผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับมั่นใจว่าจะไม่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง และคงตั้งเป้าหมายการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับรวมถึงทองคำว่าเติบโตไม่ต่ำกว่า 18% มูลค่า 3.9 แสนล้านบาท
นายวิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่า มีผู้ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าถึง 6,000 คน สูงกว่ายอดปีที่แล้วที่มีการลงทะเบียนที่มีเฉลี่ยแค่ 4,000 คน และเชื่อว่าตลอดการจัดงาน 5 วัน จะมีผู้ร่วมงานถึง3.5 หมื่นคน สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 3 หมื่นคน
ทั้งนี้มั่นใจว่าการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ จะขยายตัวได้ 18% จากปีก่อนมูลค่า 3.9 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าการเมืองจะไม่มีผลกระทบต่อการส่งออก แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือรัฐบาล แต่คำสั่งซื้อเข้ามายังน่าเป็นไปตามปกติ โดยแนวทางการทำงานของเอกชน เน้นพึ่งพาตัวเอง และปรับตัวรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ด้วยยึดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ภาคเอกชนร่วมกันทำ
นายสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานกรรมการบริหารโครงการบางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลลี่ แฟร์ ยอมรับว่า มีนักธุรกิจต่างชาติ สอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทยเข้ามามาก แต่ทุกคนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องมีการชี้แจงให้เข้าใจชัดเจนนายวิบูล จันทรดิลกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหสุธา ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวถึงการจัดงานของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน
“โฮม บิวเดอร์ โฟกัส 2010” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2628 ก.พ. นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ว่า สมาคมได้เพิ่มงบการตลาดขึ้นอีก 100% เป็น 6 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามาชมงานมากขึ้น เช่น แจกแอลซีดีทีวีวันละ 2 เครื่อง สำหรับผู้มาสั่งสร้างบ้านในงาน จึงคาดว่าจะสร้างยอดขายในงานรวมประมาณ 500 ล้านบาท เติบโต 1015% จากปีก่อน และคาดว่ามียอดลูกค้าเข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 23 หมื่นคนสำหรับแนวโน้มราคารับสร้างบ้านในปีนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 4.% อยู่ที่หลังละไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 4.7 ล้านบาท ตามอัตราเงินเฟ้อในประเทศ และค่าแรงที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วย ขณะที่ราคารับสร้างบ้านโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท ต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ราคาสร้างบ้านโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.31.4 หมื่นบาทต่อตารางเมตร ถือเป็นการปรับขึ้นตามปกติทุกปีอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าจะไม่กระทบลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านใหม่อย่างแน่นอน โดยคาดว่าตลาดรับสร้างบ้านในปีนี้จะเติบโต 10 % หรืออยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท
“
เวลานี้ ทุกคนมั่นใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้นแล้ว แม้ว่าจะมีปัจจัยลบทางการเมืองก็ตาม แต่คาดว่าจะเป็นเหตุการณ์ระยะสั้นเท่านั้น ในระยะแรกลูกค้าอาจตกใจบ้าง แต่ลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านใหม่ไม่ว่าจะเกิดปัจจัยลบ ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ” นายวิบูลกล่าวนายประเสริฐ เมฆวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท พรรณธิอร ในเครือทีซีซี กรุ๊ป กล่าวว่า หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรง หรือมีเหตุการณ์ใด ๆ ที่จะบานปลาย เพราะในที่สุดแล้วสังคมต้องยึดหลักของกฎหมาย มากกว่าอารมณ์ กฎหมายคือสิ่งที่ต้องให้ความเคารพสูงสุด
นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีเอ็มโอกรุ๊ป และอุปนายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน กล่าวว่า ธุรกิจอีเวนต์และการตลาด ไม่หวั่นคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท แม้การเมืองจะเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่มั่นใจรัฐบาลสามารถรับมือได้ดีกว่าปีที่แล้ว ตอนนี้ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศยังเหนียวแน่น และ ลูกค้ายังเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วโลกให้ความสนใจกับคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้าน เชื่อมั่นว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจมากนัก เห็นได้จากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศยังไม่มีการยกเลิกงาน รวมทั้งยอดการขายสินค้าและบริการของปีนี้ยังสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย เพราะไม่มีภาพปัญหาความรุนแรงและการปิดสถานที่สำคัญให้ชาวต่างชาติได้เห็น แต่ปัญหานี้ทำให้ภาพผู้นำของไทยอยู่ในภาวะถดถอย
“การเมืองเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถ้ากระทบกระเทือนก็จะมีผลต่อรายได้โดยรวมของคนทั้งประเทศ อย่างช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ ต้องสั่งยกเลิกงาน Splashy Songkran เพราะปัญหาทางการเมืองค่อนข้างรุนแรง แต่ปีนี้เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะจัดการได้เพราะมีบทเรียนจากปีที่แล้ว และภาคประชาชนสามารถควบคุมอารมณ์ต่อการก่อความไม่สงบมากขึ้น” นายเสริมคุณ กล่าวนายเสริมคุณ กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าภาครัฐจะมีการออกมาตรการควบคุมที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย และประชาชนยอมรับได้ ภายใต้กฎหมายเดียวกัน โดยกลุ่มออร์กาไนเซอร์พร้อมเดินหน้าสร้างกิจกรรมใหม่ๆ ทั้งในส่วนงานของภาครัฐบาลและเอกชน อาทิโครงการนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปีภายในอาคารนิทรรศรัตนโกสินทร์ โดยสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีมูลค่ากิจกรรมกว่า 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังเตรียมอัดกิจกรรมในช่วงวันหยุดยาวรับซัมเมอร์อย่าง Splashy Songkran 2010 บริเวณถนนราชดำริ เป็นต้น







