
อสังหาฯโซนน้ำท่วมขายช้า
คนเยี่ยมชมหายไปกว่าครึ่งยันราคาไม่ลดเหตุต้นทุนขึ้น
คนเยี่ยมชมหายไปกว่าครึ่งยันราคาไม่ลดเหตุต้นทุนขึ้น
อสังหาฯ โซนน้ำท่วมยังอ่วม บ้านใหม่ขายยาก คนเยี่ยมโครงการหายกว่าครึ่ง แต่เชื่อราคาบ้านไม่ถูกลงเพราะวัสดุขึ้น
นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะขายได้ยากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้ออยู่ในภาวะปริวิตกไม่มีอารมณ์ในการซื้อบ้าน และลูกค้าที่เยี่ยมชมโครงการหายไปเกือบ 50% ขณะที่กำลังซื้อเก่าหรือผู้ที่ซื้อบ้านไปแล้ว ไม่กังวลมากจนถึงขนาดแห่ทิ้งเงินดาวน์ ซึ่งพิจารณาได้จากโครงการที่บริษัทเปิดขายอยู่ 56 โครงการ มียอดทิ้งดาวน์เพียง 10% ถือเป็นตัวเลขที่ยังรับได้
“ปัจจุบันคนไม่ซื้อบ้าน ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่ทุกคนขาดความเชื่อมั่น ทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน เกรงว่าปัญหาน้ำท่วมจะเกิดซ้ำ และรัฐบาลไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ทำให้เกิดคำถามจากนักลงทุนว่า รัฐบาลจะมีระบบบริหารจัดการน้ำในอนาคตหรือไม่ ซึ่งล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศแนวทางและการวางแผนบริหารจัดการน้ำออกมาแล้ว ซึ่งก็สร้างความเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง” นายไชยยันต์ กล่าว
สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลที่ประกาศออกมา แม้ว่าจะต้องรอพิสูจน์ แต่ก็สร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกฝ่ายได้ว่าจะช่วยป้องกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง ผู้ประกอบการเองกล้าที่จะลงทุนเพิ่ม แม้จะไม่มากเท่ากับปีที่ผ่านๆ มาก็ตาม นอกจากนี้ปัจจัยบวกหลายตัวยังส่งผลให้แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังสดใส โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่เชื่อว่าจะต้องปรับลดลงอีกอย่างแน่นอน โดยการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 ม.ค. 2555 นี้ เชื่อว่าจะปรับลดลงอย่างน้อย 0.25% รวมถึงการประชุมในวันที่ 21 มี.ค. 2555 ก็เชื่อว่าจะปรับลดลงอีกประมาณ 0.250.50 เนื่องจากไทยต้องการ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงจากปัญหาน้ำท่วม
นอกจากนี้สถานการณ์ดอกเบี้ยในตลาดโลกยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ดังนั้นจึงเป็นแรงกดดันให้กนง.ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเก็งกำไรจากค่าเงินจากทุนต่างชาตินายไชยยันต์ กล่าวต่อว่า อสังหาฯ ในโซนน้ำท่วมอาจได้รับผลกระทบทางด้านยอดขายที่ช้าลง แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้ราคาบ้านถูกลงไปมากกว่านี้ เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น แต่ผู้ประกอบการจะหันจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขายแทน ส่วนสินค้าที่ยังไม่ได้ก่อสร้างทั้งในโซนน้ำท่วมและไม่ท่วม เชื่อว่าจะต้องปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอนตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากต้นทุนค่าแรงแม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มบังคับใช้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทในเดือนเมษายน แต่เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทำให้ต้องขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทเพื่อดึงคนงานเข้าทำงานในไซน์ ส่งผลให้ขณะนี้ต้นทุนค่าแรงปรับขึ้นไปแล้ว 37% นอกจากนี้วัสดุก่อสร้างหลายชนิดยังได้ปรับขึ้นไปมาก อาทิ อิฐมอญจาก 1.90 บาท เป็น 2.50 บาทซึ่งทั้งหมดส่งผลให้ต้นทุนค่าก่อสร้างปรับขึ้นแล้ว 10%
ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ปัญหาของโครงการจัดสรรโซนน้ำท่วมในขณะนี้ คือ ของเก่าไม่ทิ้งดาวน์ แต่ของใหม่ขายไม่ออก การขายทำได้ยากขึ้นมาก ผู้บริโภคใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจซื้อ บรรยากาศในสำนักงานขายเงียบเหงาคนเยี่ยมชมโครงการลดลงกว่า 50% บ้านราคาแพงขายยาก แต่บ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทยังคงขายดี ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ภาวะตลาดดีขึ้นคือ การสร้างความเชื่อมั่นจากรัฐบาลด้วยนโยบายบริหารจัดการน้ำ อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการจัดสรรในโซนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงมีอัตราการขายที่เป็นปกติ
“ภาวะที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบมากจนน่าวิตก แต่ทำให้เกิดการปรับตัวป้องกันความเสี่ยงด้วยการกระจายทำเลในการลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการบางส่วนหันมาพัฒนาคอนโดมิเนียม ซึ่งแม้ว่าผู้ประกอบการต้องการลงทุนโครงการคอนโดฯ แต่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ คงต้องใช้เวลาย่างน้อย 2 ปี กว่าจึงจะเกิดเป็นรูปธรรมได้” นายอิสระ กล่าว
นอกจากนี้ การที่ผังเมืองฉบับใหม่มีแนวคิดให้การก่อสร้างอาคารจะต้องตั้งอยู่บนถนนที่มีความกว้างไม่น้อยกว่า 16 เมตร นั้นจะส่งผลให้ที่ดินที่สามารถพัฒนาได้เหลือน้อยมาก ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นรวมไปถึงราคาขาย ส่งผลให้ผู้บริโภคที่มีความสามารถซื้อบ้านได้ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกลุ่มฐานรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่สามารถซื้อห้องชุดขนาดใหญ่อยู่อาศัยได้ จำเป็นต้องซื้อบ้านแถบชานเมืองอยู่อาศัย รวมถึงโซนที่เคยถูกน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาด้วย
“งานมหกรรมบ้านและคอนโด ที่จะเตรียมจัดขึ้นในช่วงเดือน มี.ค.เม.ย. นี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่ายังมีความต้องการซื้อบ้านอยู่มากน้อยเพียงใดที่อยู่อาศัยประเภทไหนจะมาหลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมแล้ว” นายอิสระ กล่าว







