posttoday
ญี่ปุ่นติงกองทุนประกัน5หมื่นล.ไม่พอ

ญี่ปุ่นติงกองทุนประกัน5หมื่นล.ไม่พอ

11 มกราคม 2555

รมว.การค้าญี่ปุ่นเข้าพบ “วรรณรัตน์” ติงไทยตั้งกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้าน ไม่เพียงพอ

รมว.การค้าญี่ปุ่นเข้าพบ “วรรณรัตน์” ติงไทยตั้งกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้าน ไม่เพียงพอ 

ญี่ปุ่นติงกองทุนประกัน5หมื่นล.ไม่พอ ยูคิโอะ เอดะโนะ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเข้าพบหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 ม.ค.

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายยูคิโอะ เอดะโนะ รมว.เศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (เมติ) ว่า ญี่ปุ่นได้มาหารือเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟู เยียวยาภาคอุตสาหกรรมของไทย และการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ซึ่งทางญี่ปุ่นได้ท้วงติงเรื่องการออกกฎหมายตั้งกองทุนประกันภัยวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ของรัฐบาล ว่าน้อยเกินไป และอาจไม่เพียงพอ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเคยตั้งกองทุนในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ภายหลังจากเกิดเหตุสึนามิ

"ไทยได้ชี้แจงไปว่าวงเงินในกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้านบาท เป็นเพียงวงเงินจัดตั้งกองทุนฯ เบื้องต้น และในอนาคตก็อาจมีการขยายวงเงินได้"นพ.วรรณรัตน์ กล่าว

ขณะที่แผนการบริหารจัดการน้ำอื่นๆ เช่น มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านภาษี หรือแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ ทางญี่ปุ่นพอใจ แต่ต้องการให้รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย รวมถึงต้องการให้มีการเผยแพร่ให้ทางนักลงทุนญี่ปุ่นรับทราบด้วย

นอกจากนี้ ทางเมติได้มาขอให้ไทยปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซี.ซี. ภายใต้กรอบความตกลงทางหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นกับไทย (เจเทปป้า) จากที่ไทยเก็บอยู่ในปัจจุบันที่อัตรา 60% ซึ่งไทยค่อยๆ ทยอยปรับลดลงมาแล้วจากเดิมที่เก็บอยู่ที่ 80% โดยข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงต่างตอบแทน ทางญี่ปุ่นจึงต้องตั้งสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านยานยนต์ขึ้นในไทยก่อน เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในเมืองไทย แล้วไทยจะทยอยปรับลดภาษีให้

ที่ผ่านมาญี่ปุ่นยังเงียบเฉยเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาบันฯ โดยอ้างว่ายังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการอยู่ไทยจึงพิจารณาคงการลดภาษีให้อยู่ที่ 60% แต่ถ้าญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการจัดตั้งสถาบันฯ ต่อไป ไทยก็พร้อมที่จะพิจารณาลดภาษีให้

ส่วนเรื่องการขอลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากญี่ปุ่นมาประกอบในเมืองไทย ที่ทางญี่ปุ่นขอให้ปรับลดเหลือ 0% จาก 20% จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ทางญี่ปุ่นยังคงเชื่อมั่นที่จะลงทุนในเมืองไทย ดูได้จากยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นในปี 2554 ที่เพิ่มขึ้น 20% ในแง่โครงการ และ 54% ในแง่มูลค่า และทางญี่ปุ่นก็ยังไม่คิดจะย้ายฐานการลงทุนไปที่อื่น โดยการลงทุนจากญี่ปุ่นคิดเป็นสัดส่วน 47.5% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ)

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ