posttoday
มาร์เก็ตติงเทรนด์ 2555

มาร์เก็ตติงเทรนด์ 2555

11 มกราคม 2555

เปิดปี 2555 เจ้าของสินค้าและนักการตลาดหลายรายต่างวิเคราะห์ว่า

เปิดปี 2555 เจ้าของสินค้าและนักการตลาดหลายรายต่างวิเคราะห์ว่า

เป็นอีกปีที่ยากต่อการคาดเดาว่าจะมีปัจจัยลบเข้ามากระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้มากน้อยเพียงใดและเมื่อใด หลังเกิดวิกฤตมหาอุทกภัยซัดเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมา ขณะที่มุมมองของนักการตลาดต่างบอกว่า กิจกรรม “มาร์เก็ตติง” คงต้องดำเนินต่อไป และที่สำคัญต้องจับกระแสหรือเกาะเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกไว้ให้ดี เพราะย่อมกระทบถึงตลาดเมืองไทยอย่างแน่นอน

ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ ที่ปรึกษาและนักกลยุทธ์การตลาดหลายองค์กร กล่าวว่า ในปีนี้จะมี 3 ปัจจัยใหญ่ที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของเจ้าของสินค้า ประกอบด้วย 1.การร่วมมือกันระหว่างฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย (Alignment of Marketing and Sale) ต่างจากเดิมที่แยกการทำงานระหว่างฝ่ายขายที่เป็นคนหาเงิน และฝ่ายการตลาดที่เป็นผู้ใช้เงิน ซึ่งในปีนี้ทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมมือกันมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนการลงทุนสูงขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกและภัยธรรมชาติ

2.กระแสความเป็นปัจเจกบุคคลและความเป็นสังคม (Personalization and Socialization) จากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ขณะเดียวกันก็คำนึงถึงสังคมที่อยู่รอบๆ ตัวด้วย ซึ่งนักการตลาดอาจจำเป็นต้องใช้ Multi Channel Tactics โดยใช้สื่อและช่องทางหลากหลายมากขึ้น และปัจจัยสุดท้าย 3.ไร้อุปสรรคการเคลื่อนไหวและสถานที่ต่างๆ (Embarrassing Mobile and Geolocation) จากสิ่งต่างๆ ที่มีการเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งในตำแหน่งหรือสถานที่ในภูมิประเทศต่างๆ

จาก 3 ปัจจัยหลักประกอบให้เกิดเป็น 10 กลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นในปี 2555 ดังนี้

1.คอร์ปอเรต โซเชียล เรสพอนซิบิลิตี หรือซีเอสอาร์ ที่ต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา จากภาพของกลุ่มจิตอาสาทั้งองค์กรและบุคคล ภายใต้แนวคิดเดียวกับทั่วโลก คือ “เมก เดอะ เวิลด์ เดอะ เบตเตอร์ เพลส” มาสู่รูปแบบการทำซีเอสอาร์มากขึ้น อาทิ การใช้วัตถุดิบเพื่อการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไปจนถึงการจัดการในรูปแบบกรีน โอเชียน หรือธุรกิจเพื่อสังคมในที่สุด

2.แบรนดิง สตราติจี (Branding Strategy) ที่เจ้าของสินค้าต้องหาคุณค่าให้กับตราสินค้า มีการสร้างประสบการณ์แบรนด์ สร้างชุมชนแบรนด์ การสื่อสารแบรนด์ สร้างวัฒนธรรมและนวัตกรรมของแบรนด์ 3.ไรต์ ไทม์ ออร์ เรียลไทม์ มัลติแชนแนล มาร์เก็ตติง กลยุทธ์การทำตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะแบบทันทีทันใดที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สื่อสารเทคโนโลยีที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ ไอแพด ไอโฟน เป็นต้น

4.โคมาร์เก็ตติง การหลายๆ แบรนด์มาร่วมมือ การจัดกิจกรรมการทำตลาดระหว่างกันมากขึ้น เพื่อประหยัดเม็ดเงินในการดำเนินงาน 5.จีโอทาร์เก็ตติง แอนด์ โลคัลไลเซชัน เจ้าของสินค้าหรือผู้ประกอบการจะมุ่งให้ความสำคัญทั้งกลุ่มลูกค้าและคู่ค้ามากขึ้น เพื่อให้มีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายย่อยในการทำตลาดและการขายเพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าตามพื้นที่ได้มากที่สุด

6.โคครีเอเตอร์ มาร์เก็ตติง การที่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมคิดและมีส่วนร่วมกับการออกสินค้าและบริการ ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวคิดจากสินค้าที่หลากหลายร่วมกับกลุ่มลูกค้าต่างๆ เพื่อทำตลาดให้กับคนกลุ่มรุ่นใหม่ๆ เช่น การคิดรสชาติมันฝรั่งเลย์จากกลุ่มผู้บริโภคร่วมกัน 7.คอนเทนต์ มาร์เก็ตติง การหาข้อมูลหรือเนื้อหาต่างๆ ที่ต้องสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ถูกแบ่งออกตามภูมิศาสตร์และสถานที่ต่างๆ มากขึ้น

8.คัสโตเมอร์ รีเลชันชิป แมเนจเมนต์ : ซีอาร์เอ็ม/พาร์ตเนอร์ รีเลชันชิป เมเนจเมนต์ : พีอาร์เอ็ม การสร้างความผูกพันหรือมีพันธะระหว่างลูกค้ากับคู่ค้าผ่านการสร้างประสบการณ์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

9.เซลส์โปรโมชัน การเร่งกิจกรรมเพิ่มยอดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้เครื่องมือการทำตลาดผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด

และสุดท้าย 10.คอนเวอร์เจนซ์ มาร์เก็ตติง โดยต้องพยายามใช้วิธีการตลาดแบบดั้งเดิมผนวกกับการตลาดสมัยใหม่เข้าด้วยกัน

ทั้งหมดนี้เป็นเทรนด์ที่นักการตลาดต้องหยิบจับเพื่อนำไปใช้ประยุกต์ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อให้นำไปสู่รายได้และผลกำไรที่กลับคืนมานั่นเอง  

 

ข่าวล่าสุด

เปิดแฟ้มครม. 16มิ.ย.69 จ่อเคาะภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กต.ชงแผนหารือไทย-รัสเซีย

เปิดแฟ้มครม. 16มิ.ย.69 จ่อเคาะภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กต.ชงแผนหารือไทย-รัสเซีย