
กรณ์ถล่มออกพรก.ลับล่อสอดไส้ธปท.แบกหนี้หัวโต
ฝ่ายค้านถล่ม ครม.ลับล่อออก พ.ร.ก.โอนหนี้สอดไส้ให้ ธปท.แบกหนี้หัวโต
ฝ่ายค้านถล่ม ครม.ลับล่อออก พ.ร.ก.โอนหนี้สอดไส้ให้ ธปท.แบกหนี้หัวโต
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำนวน 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยืนยันว่าไม่มีการโอนหนี้ 1.14 ล้านล้านบาทไปให้ ธปท.รับผิดชอบ แต่วันนี้กลับมีการระบุว่าการชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้เป็นภาระของ ธปท.ไปกำหนดกรอบการชำระหนี้
“ผมเชื่อว่าเนื้อหาเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่นายกิตติรัตน์เคยคุยกับผู้ว่าการ ธปท.แน่นอน และผู้ว่าการ ธปท.ก็ยังไม่เคยเห็นร่าง พ.ร.ก.ที่ ครม.มีมติอนุมัติ ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะการออกกฎหมายที่ใช้อำนาจโดยฝ่ายบริหารไปบังคับให้หน่วยงานใดปฏิบัติตาม ควรต้องมีการหารือกับผู้บริหารของหน่วยงานนั้น และรัฐบาลควรจะทำความกระจ่าง” นายกรณ์ กล่าว
อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.ฉบับนี้มีพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ ไม่ต่างจากพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ขณะนั้นหากสังคมไม่ลุกขึ้นมาต่อต้านเราก็ยังไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น มาถึง พ.ร.ก.โอนหนี้ให้ ธปท. เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้ว่าการ ธปท.ไม่เคยเห็นเนื้อหานี้ ยิ่งตอกย้ำความเป็นเผด็จการเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ใช้อำนาจฝ่ายบริหารไปบังคับธนาคารกลางของประเทศ และไม่มีการพูดให้ชัดเจนว่า แล้ว ธปท.จะเอารายได้จากไหนมาชำระหนี้เหล่านี้ ทางพรรคจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน
นายกรณ์ยังกล่าวว่า เงื่อนไขในร่าง พ.ร.ก.ที่กำหนดแหล่งที่มาของเงินที่ให้ ธปท.นำมาชำระหนี้ให้นำเงินจากกำไรจาก 3 แหล่งคือ กำไรของ ธปท. กำไรจากการบริหารเงินทุนสำรอง และให้เก็บค่าธรรมเนียมจากสถาบันการเงินเพิ่ม คำถามคือหากรวบรวมจากทั้ง 3 แหล่งนี้แล้ว แต่ยังไม่พอชำระหนี้ จะให้ ธปท.ทำอย่างไร จะออกพันธบัตรไปเรื่อยๆ หรือไม่







