
กสิกรไทยปักธงปีนี้ต้องครองที่1
กสิกรไทยเน้น 4 กลยุทย์ ครองใจลูกค้าบุคคลประกาศครองอันดับ 1 ด้านเงินฝากและกองทุนรวม ตั้งเป้าเพิ่ม 2 ล้านราย
กสิกรไทยเน้น 4 กลยุทย์ ครองใจลูกค้าบุคคลประกาศครองอันดับ 1 ด้านเงินฝากและกองทุนรวม ตั้งเป้าเพิ่ม 2 ล้านราย
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายความสำเร็จสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยจะครองใจลูกค้าเพื่อความเป็นหนึ่งในการให้บริการลูกค้าทุกกลุ่มที่ใช้บริการเป็นธนาคารหลักในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
นายปกรณ์ กล่าวว่า เพื่อก้าวสู่ความเป็นหนึ่งธนาคารตั้งเป้าระดมเงินฝากและกองทุนรวมในปีนี้ไว้ถึง 3 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14% จาก 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้จะมาจากการระดมเงินผ่านกองทุนรวม 1.45 แสนล้านบาท ตั๋วบี/อี 5,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นเงินฝากปกติ
สาเหตุที่ธนาคารกสิกรไทยหันมาเน้นการเติบโตผ่านกองทุนมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากคาดว่าการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลงเหลือ 1 ล้านบาทต่อบัญชีที่จะมีผลช่วงกลางปี จะทำให้ผู้ฝากเงินมีพฤติกรรมหันมาลงทุนทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
“เรามองว่ากองทุนรวมในปีนี้จะเติบโตขึ้นถึง 29% จากสินทรัพย์ภายใต้การจัดการในปัจจุบันที่ 5 แสนล้านบาท เพราะหลังจากมีการลดความคุ้มครองเงินฝาก ความเสี่ยงของการลงทุนในเงินฝากกับกองทุนรวมจะไม่แตกต่างกันมาก แต่กองทุนให้ผลตอบแทนสูงกว่า อย่างไรก็ตาม เงินฝากเราก็ยังตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 9% ให้เพียงพอรองรับการขยายสินเชื่อของธนาคาร” นายปกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าหากมีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมตามพระราชกำหนดบริหารหนี้กองทุนฟื้นฟูเพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์ จะทำให้ธนาคารมีต้นทุนในการระดมเงินฝากเพิ่มขึ้น ซึ่งธนาคารคงปรับตัวไปตามกลไกตลาด
นอกจากนี้ ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าใหม่สำหรับธุรกิจรายย่อยกว่า 2 ล้านราย แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าจบใหม่ที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน 1.5 ล้านราย ลูกค้าที่มีรายได้สูงกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือนขึ้นไป 4 แสนราย และที่เหลือเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง เพื่อให้ธนาคารมีฐานลูกค้ารวมเป็น 11 ล้านราย
นายปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการขยายสินเชื่อบุคคลในปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 12% เพิ่มขึ้น 3.4 หมื่นล้านบาท จากฐานสินเชื่อปัจจุบัน 2.5 แสนล้านบาท เป็น 2.84 แสนล้านบาท โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่อยู่อาศัย 8% สินเชื่อบัตรเครดิต 22% และสินเชื่อเงินสดทันใจ 115% ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมตั้งเป้าเติบโตที่ 30% หรือประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท







