
ปุ้มปุ้ยลุ้นขึ้นราคาตามต้นทุน
เจอ2เด้งทั้งเหล็กค่าแรงปรับ หันทิศปั้นสแน็กดันยอดขายโต
เจอ2เด้งทั้งเหล็กค่าแรงปรับ หันทิศปั้นสแน็กดันยอดขายโต
“ปุ้มปุ้ย” กางแผนปี 2555 ลุ้นปรับราคาขึ้นตามต้นทุนเหล็กพุ่ง พร้อมบุกหนักสินค้ากลุ่มสแน็กดันยอดขายโตปีหน้าอีก 10%
นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ผู้ผลิตและทำตลาดปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ปลายิ้ม เปิดเผยว่า ในปี 2555 มี 2 ปัจจัยหลักที่กระทบต้นทุนรวมในการผลิตปลากระป๋อง และอาจส่งผลให้ต้องพิจารณาปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น
ปัจจัยแรก คือ ในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา กรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสินค้ารายเดิมยื่นขอปรับราคาในกลุ่มสินค้าเหล็กเคลือบดีบุกที่ใช้ทำกระป๋อง (ทินเพลต) ตามต้นทุนเหล็กที่ปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งกระทบถึงต้นทุนการผลิตสินค้ากระป๋องอย่างแน่นอน โดยเหล็กคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนการผลิตหลักสินค้าบริษัทราว 25%
ปัจจัยที่ 2 จากนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เตรียมปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน และเงินเดือนอัตราใหม่ 1.5 หมื่นบาท สำหรับผู้จบระดับปริญญาตรี โดยมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2555 นั้น คาดว่าจะกระทบต่อต้นทุนธุรกิจในภาพรวมของบริษัท โดยเฉพาะในภาคการผลิตอุตสาหกรรมโรงงาน และในระบบการจัดหา (ซัพพลายเชน) ที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
“ตามตรรกะดังกล่าว สอดคล้องกับภาคการผลิตสินค้าทั้งหมด แต่จะปรับราคาเพิ่มขึ้นได้เท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับ คน. ด้วยว่าจะมีนโยบาย อย่างไร” นายไกรเสริม กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องติดตามนโยบายจาก คน. อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มควบคุมราคา ทำให้ต้องเสนอให้ คน. พิจารณาก่อนการปรับขึ้นราคา
สำหรับแผนธุรกิจในปี 2555 บริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญในการทำตลาดกลุ่มอาหารกระป๋อง หมวดอาหารว่างและพร้อมรับประทาน (สแน็ก) ตราปุ้มปุ้ย ปลายิ้ม รายการใหม่ๆ เพิ่มเติมจากกลุ่มเดิม อาทิ หอยลายอบกรอบ ปลาอบกรอบ เป็นต้น โดยคาดว่าจะเปิดตัวสินค้าในไตรมาส 2 นี้ หลังจากเห็นแนวโน้มสินค้ากลุ่มนี้มีอัตราเติบโตดีต่อเนื่อง
ด้านปัจจัยลบภายนอกที่น่าเป็นห่วงในปีนี้ คาดว่ายังเป็นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบยังเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะตลาดส่งออก รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติที่ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด รวมถึงการแข่งขันในช่องทางจำหน่ายสินค้า ทั้งห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) และร้านค้าปลีกทั่วไป
ทั้งนี้ ในปี 2554 บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและ กทม. เนื่องจากบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าอยู่ที่ จ.ตรัง แต่อาจกระทบยังการขนส่งสินค้าในบางเส้นทาง โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท และในปี 2555 วางเป้ารายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 10%







